เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเสวนาเรื่อง “การเก็บข้อมูลชีวมาตรของหน่วยงานรัฐกับความเสี่ยงที่อาจมีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ” ของสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม
นายปริญญา หอมเอนก คณะกรรมการและเลขานุการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ กล่าวถึงปัญหาข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการการเล่นโซเชียลมีเดีย ไลน์ เฟซบุ๊ก ทั้งหมดต้องใช้รหัสผ่าน และบางครั้งใช้ลายนิ้วมือยืนยันตัวบุคคล โดยไม่มีใครรู้เลยว่าข้อมูลเหล่านี้ได้รั่วไหลไปสู่สาธารณะทันที หากใช้ไม่ถูกวิธีสิ่งเหล่านี้คือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
ทั้งนี้ ระบบยืนยันตัวบุคคลมีการพัฒนาไปมาก เช่น ระบบจดจำใบหน้า ปลดล็อกด้วยม่านตา รวมถึงสั่งการด้วยเสียง ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บรวบรวมจากหน่วยงานของรัฐและเอกชนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากรัฐบอกว่าจำเป็นต้องเก็บ จะมีกรรมวิธีในการเก็บรักษาข้อมูลให้ไม่รั่วไหลอย่างไร เพราะระบบคอมพิวพ์เตอร์ห้ามล่ม และข้อมูลห้ามรั่วไหลโดยเด็ดขาด
ขณะที่ นพ.สุธี ทุวิรัตน์ กรรมการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ เสนอแนะว่า รัฐควรหลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูล หรือเก็บเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และต้องมีมาตรฐานการดูแลรักษาอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส่ ที่สำคัญรัฐไม่ควรยอมให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการฐานข้อมูล และรัฐต้องมีมาตรการเยียวยาแก้ไขเจ้าของข้อมูลหากเกิดการรั่วไหล เพราะข้อมูลที่รั่วออกไปไม่สามารถเรียกคืนหรือลบได้
สมาคมสื่อออนไลน์ ชี้ ใส่เลขบัตร13หลัก เล่นเฟซบุ๊กหวั่นอันตราย
กสทช. ดีเดย์ ก.พ. 60 บังคับสแกนลายมือผู้เปิดใช้งานซิมการ์ด
นอกจากนี้ แม้ว่าจะมี พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 26 มีโทษจำคุกและปรับทางปกครอง 5 ล้านบาท แต่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้ดี เพื่อลดโอกาสการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและความมั่นคงของประเทศ