วิกฤติ !! “พะยูน” ตายถี่ยิบ 2 เดือน 5 ตัว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พบ “พะยูน” ตายถี่ ล่าสุดพบซาก กระบี่ - พังงา รวม 2 เดือนตายแล้ว 5 ตัว ไม่พบบาดแผล สภาพยังสมบูรณ์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังเร่งศึกษาพิกัดที่เกิดเหตุหาทางป้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฉพาะเดือน มิ.ย. - ก.ค. 62 พบว่าในพื้นที่จ.กระบี่ - ตรัง พบพะยูนขนาดใหญ่ตายแล้ว 5 ตัว โดยวันนี้ (14 ก.ค.) นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้รับแจ้งจาก สมาชิกแฟนเพจกรมอุทยานฯ ว่า มีชาวประมงพื้นบ้าน จ.กระบี่ พบซากพะยูนขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร ลอยอยู่กลางทะเลระหว่าง เกาะปูกับเกาะพีพี จ.กระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี ซึ่งประจำเกาะไม้ไผ่เข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งจากสภาพเบื้องต้น พบพะยูนมีสภาพสมบูรณ์ ไม่มีบาดแผลใดๆ เป็นพะยูนที่มีอายุมากแล้วน้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม

โดยนายวรพจน์ กล่าวว่า สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุการตายได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อยู่ระหว่างการนำซากพะยูนตัวดังกล่าว ไปทำการพิสูจน์ หาสาเหตุการตาย ในคณะวิทยาศาสตร์ และการประมง มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ซึ่ง ใช้เรือและเจ้าหน้าที่ ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ นำพะยูนเพื่อส่งตรวจสอบหาสาเหตุของการตาย ของพะยูนตัวดังกล่าวต่อไป

ขณะที่การตรวจสอบซากพะยูนเพศผู้ ซึ่งพบบริเวณหาดนุ้ยบ้านคลองนิน ม.5 ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา ความยาว 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 60 - 70 ก.ก. สภาพภายนอกไม่พบรอยบาดแผล บริเวณสะดือมีไส้ทะลักออกมา โดยเขี้ยวถูกตัดไป คาดว่าตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน และมีการประสานนำซากส่งสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลภูเก็ต กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย

ซึ่งคืบหน้าล่าสุดนายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจ.กระบี่ เปิดเผยว่า จากที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลภูเก็ต-กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก (ทช.) มารับซากพะยูนไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายแล้ว ซึ่งผลการผ่าพิสูจน์ โดยสัตวแพทย์ พบว่าร่างกายสมบูรณ์ ผ่าท้องดูกระเพาะและลำไส้ พบสารอาหารสมบูรณ์ ไม่พบรอยช้ำหรือการถูกทำร้าย สภาพซาก สะดือแตก และลำไส้ทะลัก แต่ไม่สามารถตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์ได้ เพราะซากพะยูนตัวดังกล่าว เริ่มเน่าเปื่อย

“ภาพพะยูนตาย” หรือนี่คือพะยูนตัวสุดท้ายอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

ส่วนเขี้ยวที่ถูกตัดไปก่อนหน้านี้นั้น สันนิษฐานว่าเป็นการตัดไปภายหลังการตาย เพราะหากโดนทำร้าย หรือล่า หรือตัดเขี้ยวก่อนตาย จะต้องมีร่องรอยบอบช้ำ หรือร่องรอยอุปกรณ์จับปลาปรากฏอยู่ โดยทางสัตวแพทย์จึงลงความเห็น เป็นการตายอย่างเฉียบพลัน โดยผิดธรรมชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่านอกจากจะพบซากพะยูนที่จ.กระบี่ วันนี้ ( 14 ก.ค.) ชาวประมงพบซากพะยูนตายลอยอยู่ในทะเลพื้นที่จ.ตรังอีก 1 ตัว

อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์พะยูนในทะเลอันดามันที่ตายมากผิดปกตินั้น เจ้าของเฟสบุ๊คชื่อ kongkiat kittiwatanawong ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ของพะยูน ว่า สรุปสถานการพะยูนเกยตื้นในวันที่ 14 ก.ค.62 วันนี้พบเสียชีวิตอีก 2 ตัว รวมเป็น 5 ตัวที่เสียชีวิตทั้งจ.ตรัง - กระบี่ และรวมเป็น 7 ตัว เมื่อรวมมาเรียมและยามีล ตอนนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังเร่งศึกษาพิกัดที่เกิดเหตุ โดยความร่วมมือของนักวิชาการด้านสมุทรศาสตร์โมเดล เมื่อรวมกับข้อมูลการชันสูตรจะทำให้เราทราบว่าเหตุเกิดที่ไหนและเกิดอย่างไร

สลด ! ตีทะเบียนรหัส DU-391 แก่ซาก “พะยูน” ที่ตายในน่านน้ำไทยลำดับ 391 ในรอบ 30 ปี

ทั้งนี้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังครอบคลุมพื้นที่การแพร่กระจายของพะยูนทั้งหมด มีข้อสังเกตว่าระยะนี้ ชาวบ้านทำประมงพื้นบ้านมากขึ้น เพราะสัตว์น้ำเยอะขึ้นผิดกับปีที่แล้ว อย่างช่วงนี้ปกติอวนสามชั้นกุ้งจะไม่ทำแล้ว แต่ปีนี้กุ้งเยอะ อวนสามชั้นก็ยังทำอยู่ กุ้งก็ตัวโตๆ เรือจับสัตว์น้ำได้ เรือหนักจนแทบจะจมในบางลำ ซึ่งจากข้อมูลการเสียชีวิตของพะยูนในรอบ 30 ปี เราพบว่าเกือบ 90% เกิดจากการติดเครื่องมือประมง "โดยบังเอิญ "

คงต้องฝากความหวังเรื่องการทำประมงพื้นบ้านที่ทำในบริเวณใกล้แหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งหากินของพะยูนและเต่าทะเลให้ช่วยระวังและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์สงวนและคุ้มครองทั้งสองสายพันธุ์นี้ด้วย ถ้าวางอวนก็ขอให้ช่วยเฝ้าเครื่องมือเผื่อกรณีติดอวนจะได้ช่วยเหลือได้ทัน

ชาวประมงตรังติดใจการตายพะยูน

ประเด็นเรื่องการล่าเพื่อเอาเขี้ยวพะยูน ส่วนตัวผมคิดว่ามีความเป็นไปได้น้อยกว่า แต่คิดว่าเป็นการพยายามตัดเอาหลังจากพบซากแล้วมากกว่า เพราะร่องรอยการกระทำเกิดหลังจากที่พะยูนเสียชีวิตแล้ว เรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึกเป็นหลักแล้วครับ ถ้าพบการครอบครองก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว

หมายเหตุ ข้อมูลจากการบินสำรวจโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันร่วมกับนักบินอาสาสมัคร Eduardo และ Tom Potisit พบว่าพะยูนส่วนใหญ่จะหากินอยู่ในรัศมี 6 กิโลเมตร จากแนวแหล่งหญ้าทะเล ในพื้นที่ดังกล่าวจึงควรช่วยกันดูแลและป้องกัน

“เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงรับพะยูนน้อย 2 ตัว ไว้ในพระอุปถัมภ์

สำรวจทะเลตรัง พบพะยูนเพิ่มขึ้นกว่า 200 ตัว

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ