สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ล่าสุด ระบุว่า กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติกำลังลักลอบค้ายาเสพติดที่มีชื่อว่า เมทแอมเฟตามีน หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ ยาบ้า ซึ่งมีแหล่งผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเป็นล่ำเป็นสัน จนทำให้มูลค่าตลาดยาบ้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขณะนี้ อยู่ระหว่าง 31,000 – 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 950,000 – 1,800,000 ล้านบาท
โดยธุรกิจการค้ายาบ้าเฟื่องฟูขึ้นอย่างมาก จากที่เคยคาดว่ามีมูลค่าตลาดที่ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 460,000 ล้านบาท เมื่อปี 2013 เนื่องจากองค์กรอาชญากรรมที่มีอิทธิพล ได้ฉวยโอกาสจากการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ และความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมายและควบคุมพรมแดน ขณะที่การตรวจยึดก็ไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตและราคาของยาบ้าแต่อย่างใด
ขณะที่ยาบ้าส่วนใหญ่ถูกผลิตในห้องปฏิบัติการระดับอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของเมียนมาร์ และถูกส่งไปไกลถึงญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์ โดยในประเทศยากจน ผู้เสพยาบ้านิยมนำไปผสมกับคาเฟอีนเพื่อช่วยให้ตัวเองรับมือกับการทำงานหนักในโรงงานและไซต์ก่อสร้างได้ ขณะที่ในประเทศร่ำรวย ชนชั้นกลางที่ชอบไปงานปาร์ตี้ส่วนใหญ่จะนิยมเสพยาบ้าที่มีความบริสุทธิ์สูง หรือที่เรียกว่า ยาไอซ์
สำหรับประเทศที่เป็นตลาดยาบ้าใหญ่ที่สุด ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ มีมูลค่าตลาดรวมกัน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 610,000 ล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดยาบ้าในเอเชียแปซิฟิกทั้งหมดที่ได้มีการประเมิน
นอกจากนี้รายงานของยูเอ็นโอดีซี ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ยาเสพติดในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มากกว่า 12 ล้านคน ได้เสพยาไอซ์เป็นปริมาณรวมกันถึง 320 ตัน ขณะที่มีการตรวจยึดยาเสพติดได้ถึง 120 ตัน ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์