ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวที่ทำเนียบขาว ระบุว่า เรือโจมตีสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ยูเอสเอส บ็อกเซอร์ ของกองทัพเรือ ยิงอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนของอิหร่านตกในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อป้องกันตัว หลังจากที่โดรนลำดังกล่าวเข้ามาใกล้เรือในรัศมี 1,000 หลา และเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนหลายครั้ง ขณะเดียวกันยังมีท่าทีเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของเรือและลูกเรือ เจ้าหน้าที่จึงทำลายโดรนในทันที
นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวด้วยว่านี่ถือเป็นพฤติกรรมยั่วยุและเป็นปรปักษ์ล่าสุดของอิหร่านที่มีต่อเรือซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในน่านน้ำสากล สหรัฐฯ ขอสงวนสิทธ์ในการปกป้องบุคลากร ยุทโธปกรณ์และผลประโยชน์ของประเทศ ขณะที่นายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า ไม่ได้รับรายงานว่าโดรนถูกยิงตกแต่อย่างใด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่นานหลังทางการอิหร่านประกาศว่า สามารถยึดเรือบรรทุกน้ำมันต่างชา ติพร้อมลูกเรืออีก 12 คนไว้ได้ใกล้กับเกาะแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศ พร้อมระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวลักลอบค้าน้ำมันผิดกฎหมาย 1 ล้านลิตรในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งทางสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านปล่อยเรือที่ยึดไว้ในทันทีด้วย
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความวิตกกังวลว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารในภูมิภาค นับตั้งแต่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ตลอดจนกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้งในอ่าวโอมานนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด