ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงยกระดับต่อเนื่อง หลัง อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า อิหร่านพร้อมตอบโต้ต่อ "ความก้าวร้าวทุกรูปแบบ" จากสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศใดก็ตามในภูมิภาคที่เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน
อารัคชีเปิดเผยผ่านช่องทางเทเลแกรมว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับ จอมพลอาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน, ฮากาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี
และ เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอูด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยย้ำว่า หากอิหร่านถูกโจมตีจากสหรัฐฯ อิสราเอล หรือประเทศอื่นในภูมิภาค จะมีการตอบโต้กลับอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน Nournews สื่ออิหร่านที่มีความใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคงระดับสูง รายงานว่า หากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงแหล่งก๊าซธรรมชาติของกาตาร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิสราเอล
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองทัพคูเวตเปิดเผยว่า สามารถสกัดและทำลายโดรนของอิหร่านที่มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศได้
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีที่แคมป์เดวิดว่า แม้ผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ จะยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน แต่เขาไม่เชื่อถือรัฐบาลเตหะรานอีกต่อไป พร้อมยืนยันว่า หากจำเป็น สหรัฐฯ จะเดินหน้าโจมตีอิหร่านรอบใหม่
ความตึงเครียดดังกล่าวยังส่งผลต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 24% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนผ่าน TravelGov ระบุว่า สถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั้งในและนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพลเมืองอเมริกันทั่วโลก อาจตกเป็นเป้าหมายของอิหร่านหรือกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
รัฐบาลสหรัฐฯ จึงแนะนำให้พลเมืองอเมริกันที่พำนักหรือเดินทางอยู่ในตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือการยกเลิกเที่ยวบินหรือการปิดน่านฟ้าชั่วคราว และพิจารณาเดินทางออกจากภูมิภาค หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง
หลังการประกาศดังกล่าว สถานทูตสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลางได้เผยแพร่คำเตือนเดียวกัน พร้อมขอให้พลเมืองอเมริกันเตรียมแผนเดินทางและติดตามประกาศจากทางการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทั้งภูมิภาค.