เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก ยาว 810 เมตร เป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่างแห่งแรก กำลังผลิตไฟฟ้า 1,285 เมกกะวัตต์ ตัวเขื่อนแบ่งเป็น 6 ส่วนใหญ่ๆ
1.ทางเรือผ่าน เขื่อนออกแบบให้มีช่องเรือผ่านซึ่งเรือขนาดใหญ่ อย่างเรือขนส่งสินค้า และเรือท่องเที่ยวสามารถผ่านได้ แต่เรือหางยาวชาวบ้านไม่สามารถผ่านได้ ต้องใช้วิธียกและใช้รถแทรกเตอร์ลากผ่านถนนบนเขื่อน
2.สปิลเวย์ หรือ อาคารระบายน้ำล้น มีทั้งหมด 11 บาน สถานะปัจจุบันปิดทั้งหมด 11 บาน ยกระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 272 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และท้ายเขื่อนอยู่ที่ 238 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่างกัน 34 เมตร ที่ต้องปิดทั้ง 11 บานเพราะอัตราการไหลของน้ำที่ลงมาจากจีน ต่ำ อยู่ที่ 1,600-1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงปกติอัตตราการไหลจะอยู่ที่ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
3.เกาะกลางของเขื่อน ส่วนนี้เป็นปั๊มน้ำที่ผันนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นทางปลาผ่านจากเหนือน้ำไปท้ายน้ำ มีระบบไล่ปลาให้ไปตามเส้นทาง เขื่อนยืนยันว่าไม่กระทบต่อพันธุ์ปลาและจำนวนปลา
4.โรงผลิตไฟฟ้า มีเครื่องทั้งหมด 7 เครื่อง ปัจจุบัน เดินเครื่องได้เพียง 3 เครื่อง เนื่องจากอัตราการไหลของน้ำต่ำ ผลิตไฟฟ้าได้ส่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้แล้วประมาณ 400- 500 เมกกะวัตต์ ต่อวัน
5. ทางปลาผ่าน ซึ่งมีไว้ให้ปลาอพยพจากท้ายเขื่อน ขึ้นมาเหนือเขื่อน และ สายส่งกระแสไฟฟ้า ทอดยาวไปถึงชายแดนไทย ที่อ.ท่าลี่ จ.เลย
บริษัทเขื่อนไซยะบุรี พาวเวอร์จำกัด ซึ่งดูแลบริหารจัดการเขื่อนไซยะบุรี ระบุว่า เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนแบบ Run of river ระบบน้ำไหลผ่าน หรือเขื่อนน้ำล้น ไม่มีการกักเก็บน้ำ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทไซยะบุรีฯ พยายามย้ำตลอดว่า น้ำมาเท่าไหร่ ล้นออกเท่านั้น หรือ Inflow เท่ากับ Outflow
ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะกว่าเขื่อนจะเข้าสู่ระบบน้ำล้นได้ ทางเขื่อนต้องมีการยกน้ำ ที่หมายถึงการกักเก็บน้ำ ซึ่ง รองกรรมการผู้จัดการบริษัทไซยะบุรีฯ ยอมรับว่า มีการยกน้ำจริง มาตั้งแต่เดือนต.ค.ปี 2561 แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 1 เดือน และในช่วงอายุเขื่อนน้ำล้นจะมีการยกน้ำเพียง1ครั้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นเขื่อนไซยะจึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้แม่น้ำโขงแห้งในตอนนี้
ทางเขื่อนไซยะบุรี ยังยืนยันว่า ตลอดช่วงระยะเวลาการก่อสร้างเขื่อนตั้งแต่ ปี 2555 น้ำในแม่น้ำโขงมีความผันผวนอยู่แล้วจากปรากฎการณ์ธรรมชาติและเขื่อนของประเทศจีน และเขื่อนไซยะบุรีก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ปัจจุบันเขื่อนไซยะบุรียังไม่สามารถควบคุมหรือพยากรณ์น้ำเพื่อจัดการน้ำได้อย่างแม่นยำเพราะ เขื่อนในจีนไม่ได้ส่งข้อมูลการเก็บกักหรือปล่อยน้ำมาให้
เนื่องจากไม่ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC ทุกวันนี้จึงต้องบริหารจัดการน้ำเฉพาะหน้าเช่นกัน
ความผันผวนของแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้การทดสอบระบบล่าช้าออกไปอีก เพราะอัตราการไหลของน้ำไม่เพียงพอที่จะทดสอบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ 100เปอร์เซ็นต์