เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นางมยุรี พวงเกษร พี่เลี้ยงเด็กมาสอบสวนที่สภ.พระสมุทรเจดีย์ จากการสอบปากคำ นางมยุรีให้การยอมรับว่า ได้ตี กัด หยิก น้องดิวจริง เพราะเด็กดื้อพูดไม่ฟัง แต่บาดแผลที่ศีรษะบวมและรอยช้ำที่ลำตัว เกิดจากสาเหตุน้องดิวตกบันไดบ้านเองไม่เกี่ยวกับตน
พลตำรวจตรี ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ระบุว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากบาดแผลหลายแห่งตามร่างกายและศีรษะเด็กเป็นร่องรอยถูกทำร้าย ประกอบกับอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะที่ 4 สภาพอารมณ์ไม่ปกติ จึงเชื่อว่า เป็นเหตุที่พี่เลี้ยงทำร้าย ซึ่งในส่วนนี้ตำรวจมีความเห็นสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของแพทย์ที่ระบุว่า พบบาดแผลลักษณะถูกของแข็งทุบ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
แม่ของน้องดิววัย 2 ขวบ 5 เดือน เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ ตนได้ลงประกาศหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านเฟซบุ๊ก เนื่องจากตนและสามี ต้องทำงาน โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งติดต่อมา จึงให้ทดลองเลี้ยงบุตรชายที่ห้องพัก และ ให้ Video Call คุยเห็นหน้ากันก็พบว่าเข้ากันได้ดี จึงตกลงว่าจ้างในราคาเดือนละ 6,500 บาท โดยให้นำบุตรชายไปเลี้ยงดูที่บ้านคนเลี้ยงตั้งแต่ วันที่ 10 กรกฎาคม
ช่วงแรกพี่เลี้ยง Video Call ให้คุยกับลูกชายเป็นประจำ แต่ช่วงหลังเริ่มขาดการสื่อสาร และจะติดต่อมาเฉพาะช่วงขอเบิกเงิน กระทั่งก่อนเกิดเรื่องได้ถามถึงความเป็นอยู่ของลูกชาย พี่เลี้ยงบอกว่า ไม่สบาย และพยายามบ่ายเบี่ยง ว่าจะพาไปหาหมอเอง โดยให้แม่เด็กโอนเงินมาแทน กระทั้งวันที่ 22 กรกฎาคม ทางโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ โทรศัพท์มาแจ้งว่า ลูกชายป่วยเข้ารักษาตัว จึงรีบไปดู พบลูกชายมีบาดแผล ตกสะเก็ด มีรอยฟกช้ำทีหน้าอก และ หลัง ศีรษะบวม ไม่รู้สึกตัว หลังปรึกษาสามีและแพทย์ จึงย้ายบุตรชายมารักษาตัวที่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ
ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและ สตรี เดินทางมาเยี่ยมน้องดิวและครอบครัว พบล่าสุดอาการเด็กยังอยู่ในขั้นวิกฤต ก้านสมองตาย ไม่รู้สึกตัว ร่างกายมีรอยคล้ายโดนกัดหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ แขน ใต้ท้องใกล้กระเพราะปัสสาวะ พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ที่จะจ้างวานผู้อื่น ให้เลี้ยงดู บุตร หลาน เพราะต้องไปประกอบอาชีพ ควรมีการตรวจสอบ เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น