หนุ่มผู้เสียหาย เจ้าของธุรกิจรับออกแบบจัดตกแต่งสวน พร้อมทนายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี นำหลักฐาน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลซึ่งคาดว่าเป็นขบวนการ หลังถูกหลอกลวงให้โอนเงินตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2562 รวมเป็นเวลากว่า 4 ปี มูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท
ผู้เสียหายเล่าว่า ตนผิดหวังกับความรักและเล่นเฟซบุ๊กจนได้เจอกับหญิงคนดังกล่าว ได้พูดคุยกันจนรู้สึกไว้ใจ จากนั้นหญิงสาวได้ขอยืมเงิน และบางช่วงที่ตนเองหมุนเงินไม่ทันก็ได้ขอยืมเงินหญิงสาวกลับประมาณ 1 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ซึ่งก็ได้โอนคืนไป
ผู้เสียหาย บอกอีกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวใช้รูปนางแบบสาวนางเอกมิวสิคค่ายหนึ่ง ชื่อ "ขิม" ซึ่งไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน ได้แต่พูดคุยผ่านไลน์กับทางเฟซบุ๊กเท่านั้น ที่ผ่านมาอ้างยืมเงินไปใช้จ่ายค่ารักษาโรคมะเร็ง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ แต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาตนเริ่มรู้ตัวว่าโดนหลอก จึงได้นำเลขบัญชีทั้ง 3 บัญชีที่หญิงสาวส่งมาให้โอนเงินไปตรวจเช็ค พบรายชื่อที่คาดว่าจะเป็นขบวนการเดียวกัน ทำให้ฝ่ายหญิงพยายามกลับมาข่มขู่ ทั้งกับตนเองและครอบครัว และจะจ้างมือปืนมาฆ่า โดยอ้างว่ารู้จักกับนักการเมือง รวมทั้งผู้มีอิทธิพล ทั้งนี้ยอมรับว่าที่โอนเงินไปให้เพราะความสงสาร และความรักแม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงก็ตาม
ด้านทนาย ระบุว่า การมาแจ้งความครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากต้องรอหลักฐานการโอนเงินตลอดทั้ง 4 ปี มาประกอบหลักฐาน โดยครั้งนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้แนะนำให้ไปแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแทน โดยพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุว่าพนักงานสอบสวนจะรับเรื่องไว้ลงในบันทึกประจำวัน ก่อนสอบปากคำผู้ร้องทุกข์อย่างละเอียด พร้อมประสานการทำงานกับกองปราบปราม เนื่องจากลักษณะการกระทำเข้าข่ายโรแมนสแกม หรือหลอกรักออนไลน์