กรณีนายสุชาติ ขุนสุข อายุ 46 ปี อ้างตัวเป็นช่างซ่อมวิทยุสื่อสาร ขับรถเก๋งนิสสัน สีส้ม ทะเบียน พย 1591 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนกับรถกระบะอีซุซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บจ 9043 อุทัยธานี ของนางสมนึก สว่างแสง อายุ 56 ปี เป็นเหตุให้นายสุชาติได้รับบาดเจ็บขาหัก ส่วนนางสมนึกได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และเมื่อตรวจสอบรถคันเกิดเหตุของนายสุชาติ ปรากฏว่าพบอาวุธปืนยาวลำกล้องติดอุปกรณ์เก็บเสียง 3 กระบอก กระสุน 400 นัด และอาวุธปืนสั้นอีก 1 กระบอก รวมทั้งซากสัตว์ป่าหัวกระทิงและเนื้อสัตว์ป่าชำแหละประมาณ 10 กิโลกรัม
ร.ต.อ.พีรพัฒน์ แก้วมล รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ได้มาตรวจสอบซากสัตว์ป่าของกลางที่ตำรวจยึดได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเนื้อสัตว์ป่าเป็นสัตว์ป่าประเภทใด เนื่องจากเป็นเนื้อชำแหละ โดยได้เก็บรักษาไว้ในตู้เย็นของโรงพัก เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ นำเนื้อสัตว์ป่าทั้งหมดส่งไปตรวจสอบที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อตรวจหาดีเอ็นเออีกครั้ง คาดว่าน่าจะใช้เวลาหลายวัน และเป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมนายสุชาตินำอาวุธปืนติดตัวมาหลายกระบอก ส่วนอาวุธปืนทั้งหมดจะส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานของตำรวจภูธรภาค 6 ตรวจสอบ
ด้านพล.ต.ต.วินัย นุชชา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน หาเบาะแสรวมทั้งขยายผลว่าเป็นแก๊งล่าสัตว์ป่าห้วยขาแข้งหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางการเดินทางจากอ.ลานสัก อย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการหาตัวผู้กระทำความผิด เนื่องจากสันนิษฐานว่านายสุชาติ น่าจะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตแนวป่ากันชนห้วยขาแข้งในหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งของ อ.ลานสัก ซึ่งมีสัตว์ป่าชุกชุมออกมาหากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านเป็นประจำ
สำหรับนายสุชาติยังคงนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอุทัยธานี เนื่องจากแพทย์ได้ทำการผ่าตัดขาที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยมีตำรวจเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ยอมปริปากให้การใดๆ ซึ่งในส่วนของคดีตำรวจได้รวมรวมหลักฐานทั้งหมดเอาไว้แล้วและจะแจ้งข้อกล่าวหาภายหลัง เนื่องจากนายสุชาติยังได้รับบาดเจ็บ