สภาพชายหาดหาดยาว ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล พบพะยูนหากิน นอกจากนั้นยังมีขยะหลายประเภท เช่น แก้วน้ำพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก หลอดไฟ กล่องนม รองเท้าแตะ อุปกรณ์ทำประมง เป็นจำนวนมากลอยตามแนวชายทะเล และเกยตื้นบนชายหาด เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร
ด้านชาวบ้าน และกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ตั้งข้อสังเกตว่าตลอดแนวชายหาดยาว มีสถานประกอบการ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านค้า ร้านอาหาร ไม่ถึง 10 แห่ง จึงไม่เชื่อว่าขยะที่ลอยมาเกยชายหาด เป็นขยะจากชุมชนในพื้นที่
ขณะที่เครือข่ายสมาคมคนรักเลกระบี่ ทราบข่าวการตายของพะยูนมาเรียม โดยพบขยะพลาสติกในท้องจำนวนมาก จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้ว่า เมื่อพะยูนมาเรียมเห็นพวกแพลงตอน หรือตะไคร่น้ำสีเขียวๆ ที่จับตัวอยู่กับถุงพลาสติก จึงคิดว่าเป็นอาหาร เหมือนปลาประเภทอื่น จึงกินเอาพลาสติกเหล่านี้เข้าไปด้วย จึงขอให้การตายของมาเรียม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมารักทะเลให้มากขึ้น อย่าทิ้งขยะลงในทะเล หรือทิ้งตามชายหาด หากภาครัฐจะเพิ่มบทลงโทษทางกฎหมายสำหรับผู้ที่ทิ้งขยะได้ก็จะยิ่งดี
ที่จังหวัดตราด นายฉัตรชัย ทองหลี นายอำเภอเกาะกูด เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางอำเภอเกาะกูด ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกลุ่มประมงพื้นบ้านและผู้นำท้องถิ่นในเรื่องการอนุรักษ์เต่าทะเล ซึ่งถือเป็นสัตว์คุ้มครอง หลังจากเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมาชาวประมงพื้นบ้านอ่าวใหญ่ ได้พบเต่าทะเลขนาดใหญ่มีฉมวกติดอยู่ที่ลำคอด้านซ้าย จนต้องเร่งทำการช่วยเหลือด้วยการนำฉมวกออกก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล ทั้งนี้เชื่อว่าเต่าทะเลตัวดังกล่าวน่าจะยังมีชีวิตอยู่ ส่วนผู้ที่ใช้ฉมวกยิงเต่าทะเลยังไม่ทราบว่าเป็นใคร
ขณะที่นายวิษณุพงศ์ วิเชียรรัตนกุล เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทรัพยากรทางทะเล เขต 1 จังหวัดระยอง กล่าวว่าหลังได้รับแจ้งจากชาวประมง ตนเองพร้อมทีมงานได้เดินทางลงพื้นที่เกาะกูด จังหวัดตราด เพื่อตรวจสอบฉมวก ซึ่งเชื่อว่าเป็นฉมวกที่ใช้ยิงจากปืนเท่านั้นและไม่ใช่ฉมวกที่ชาวประมงพื้นบ้านใช้กัน โดยตั้งข้อสันนิษฐานน่าจะเป็นฉมวกของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำและยิงปลามากกว่า แต่พื้นที่เกิดเหตุอาจจะเกิดในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเต่าทะเลอาจจะว่ายน้ำหนีมาที่เกาะกูด อย่างไรก็ตามไม่น่าจะเป็นการล่าเพื่อนำเนื้อมาบริโภค หรือนำกระดองเต่ามาทำเป็นของที่ระลึก เนื่องจากเต่าเป็นสัตว์ทะเลคุ้มครอง