คืบโรฮิงยาสงขลาเจ้าหน้าที่พบอีก 26ศพ รอผลชันสูตรเตรียมทำพิธีทางศาสนา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

​ตัวแทนสำนักจุฬาราชมนตรี ตำรวจ สภ.ปาดังเบซา หารือแนวทานำศพโรฮิงญาฝัง หลังพบ 26 ศพบนเทือกเขาแก้ว ด้านผลชันสูจน์จากแพทย์นิติเวชยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้ต้องเลื่อนกำหนด


วันนี้ (3 พ.ค.58) มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ปาดังเบซา ตัวแทนจากสำนักจุฬาราชมนตรี และตัวแทนจากมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี ร่วมกันประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการนำศพชาวโรฮิงญา จำนวน 26 ศพ ไปประกอบพิธีและฝังตามหลักศาสนาอิสลาม โดยตามกำหนดการเดิมจะมีการฝังในวันนี้ ซึ่งในขณะนี้ศพบางส่วนเจ้าหน้าที่ได้นำมาเก็บไว้ที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี


และอีกบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจชันสูจน์ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยผลการหารือมีผลสรุปว่าจะสามารถนำศพไปฝังได้ก็ต่อเมื่อ ทราบผลการตรวจชันสูจน์ศพจากแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งในขณะนี้ยังเหลืออีก 6 ศพที่ยังชันสูจน์ไม่แล้วเสร็จ ส่วนอีก 20 ศพที่ชันสูจน์เสร็จแล้ว จะรอนำไปฝังพร้อมกัน คาดว่าอาจต้องใช้เวลาร่วมวัน
 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพทย์นิติเวช ได้เดินทางไปยังเทือกเขาแก้ว ตำบลเขาลูกช้าง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่พบศพชาวโรงฮิงยา และหลุมฝังศพอีกกว่า 30 หลุม พร้อมทำการขุดหลุมที่ 7 ต่อจากวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งใช้เวลาร่วม 4 ชั่วโมง พบศพชาวโรฮิงยาเพิ่มอีก 21 ศพ รวมทั้งสองวันเป็น 26 ศพ


ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการเป็นศพเพศชาย 23 และเพศหญิง 3 ศพ โดยสภาพศพมีสภาพที่แตกต่างกัน แต่มีบางศพที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่ทั้งหมดยังไม่มีรายงานการถูกทำร้ายร่างกาย
 

พล.ต.อ.จรัญพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ การตรวจชันสูจน์ศพ เป็นไปตามมาตรฐานสากล สวนความคืบหน้าการสอบสวนเพื่อสาวไปยังกลุ่มนายหน้าและผู้นำพาชาวโรฮิงญามาอยู่ที่แคมป์แห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเปิดเผยว่าขณะนี้พอทราบตัวกลุ่มนายหน้าและผู้นำพาแล้ว 3-4 คน แต่ยังขาดหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปได้
 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงาานว่า ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแคมป์คนงานซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่สันปันน้ำและเป็นพื้นที่ตะเข็บชายแดน ไทย มาเลเซีย สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นป่า ส่วนเส้นทางที่จะขึ้นไปยังจุงดังกล่าวมีสภาพเป็นทางลาดชัน ไม่สามารถนำรถเข้าไปได้ ต้องเดินเท้าขึ้นไป ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง นอกจากนี้ยังพบกับบ้านของชาวบ้านซึ่งอยู่ห่างจากแคมป์ราว 1 กิโลเมตร ชาวบ้านเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทราบมาโดยตลอดว่ามีแคมป์ที่พักชัวคราวของชาวโรฮิงยา แต่ไม่กล้าขึ้นไปดู

โดยระหว่างที่ทีมข่าวเดินทางไปยังแคมป์ที่พักดังกล่าว ได้พบเจอชาวโรฮิงญา 2คน มาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน สภาพตามร่างกายมีบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งคาดว่าน่าจะหนีออกมาจากแคมป์ดังกล่าว หรืออาจจะเป็นแคมป์อื่นๆที่อยู่ในบริเวณไกล้เคียงซึ่งตามที่มีข้อมูลลับปรากฏว่ายังมีแคมป์อื่นๆ


ทีมข่าวสอบถามไปยังเจ้าของบ้านทราบว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเมื่อเดือนที่ผ่านก็มีชาวโรฮิงญามาขอความช่วยเหลือเช่นกัน และได้ให้ทานข้าวก่อนจะโทรศัพท์ให้บุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นลูกพี่ของชาวโรฮิงญาให้มารับตัว เมื่อถามต่อไปว่า ได้รับเบอร์โทรศัพท์มาได้อย่างไร กลับไม่ได้รับคำตอบจากเจ้าของบ้าน ชี้ให้เห็นว่า ชาวบ้านที่นี่บางส่วนมีส่วนรู้เห็นกับนายหน้า และขบวนการค้ามนุยษ์ในพื้นที่


อย่างไรก็ตามขณะนี้จึงอยู่ในกระบวนการรอผลชันสูตรเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ