นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า ภายในปลายสัปดาห์หน้า กรมการค้าภายใน จะมีการนำข้าวเหนียวถุง ถุงละ 2 กิโลกรัมและ 5 กิโลกรัม ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด 5-10 บาทต่อกิโลกรัม ไปวางจำหน่ายยังร้านธงฟ้าประชารัฐ 40,000 แห่งทั่วประเทศ และห้างสรรพสินค้าในเมืองเท่าที่จำเป็น เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
โดยให้สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุง รวบรวมผลผลิตที่จะนำมาบรรจุ โดยในล็อตแรกที่จะออกช่วยเหลือ อยู่ที่ 200,000 – 300,000 ถุง หรือ คิดเป็นปริมาณ 500-1,000 ตัน ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ก็จะให้ผู้ประกอบการรวบรวมมาเพิ่มอีก โดยส่วนต่างของสินค้ากรมการค้าภายในจะชดเชยให้ นอกจากนี้ยังประเมินว่า ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากผลผลิตข้าวเหนียวนาปี จากทางภาคเหนือตอนบน และทางภาคกลางฝั่งตะวันตกเริ่มออกสู่ตลาด จึงเชื่อว่าราคาข้าวเหนียว จะไม่พุ่งสูงกว่าปัจจุบัน ที่อยู่ 45-50 บาทต่อกิโลกรัม
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการข้าว ในคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตร ระบุว่า มีเกษตรกรร้องเรียนว่าขณะนี้มีขบวนการปลอมปนข้าวเหนียวจากประเทศเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้าน กระจายไปทั่วพื้นที่ภาคเหนือจำนวนมาก โดยอ้างว่าเป็นข้าวเหนียวหอมประทุม ซึ่งเป็นพันธ์ข้าวที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยข้างกระสอบที่บรรจุข้าวเหนียวเหล่านี้ อ้างว่าผลิตที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งคณะนี้ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบที่มาอย่างละเอียด
สำหรับปัญหาข้าวเหนียวราคาแพง ในวันอังคารที่ 3 กันยายนนี้ จะเชิญสมาคมผู้ส่งออกข้าว สมาคมโรงสีข้าว อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน และอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มาชี้แจงว่าสต๊อกข้าวเหนียวที่มีอยู่มีจำนวนเท่าไร และขายออกไปแล้วเท่าไหร่ เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาและแก้ปัญหาได้ตรงจุด