นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมทบทวนปริมาณการใช้ยางพาราในโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม ปี 2563 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ระบุว่า หากนำยางพารามาผลิตเป็นแบร์ริเออร์ทั้ง 100% ต้นทุนจะเพิ่มสูงเกินไป จึงปรับให้เป็นการนำยางพารามาผลิตเป็นอุปกรณ์หุ้มแท่งแบร์ริเออร์ อุปกรณ์หุ้มลวดสลิงแทน โดยอุปกรณ์ความปลอดภัยทั้ง 2 ประเภท ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ยางพาราสูงถึง 95% มากกว่าการนำยางพาราไปทำถนน ที่ใช้ไม่ถึง 5% โดยให้โจทย์กับหน่วยงานว่า ต้นทุนต้องไม่สูง ใช้เวลาการก่อสร้างรวดเร็ว ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามหลักสากล รวมถึงต้องเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อจำหน่ายให้กับกรมทางหลวงชนบท กับกรมทางหลวง ได้โดยตรง ให้เม็ดเงินหมุนไปถึงมือเกษตรกร
สำหรับการพัฒนาอุปกรณ์รูปแบบใหม่นี้ จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาภายใน 2 สัปดาห์ แล้วนำไปขอตรวจรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของในระดับสากล และประสานไปยังกรมบัญชีกลางให้กำหนดราคากลางอุปกรณ์ความปลอดภัยทั้ง 2 ชนิดด้วย
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า มาตรการนี้จะช่วยใช้ยางพาราในส่วนของกระทรวงคมนาคมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเดิมในปีงบประมาณ 2562 ใช้น้ำยางสดอยู่ที่ 3.43 หมื่นตัน แต่ในปีงบประมาณ 2563 จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึงระดับ 2 แสนตัน