ข้อสรุปดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร “ไซแอน” โดยเป็นการเก็บข้อมูลจาก องค์กรสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ “ไบโอแบงค์” และ และบริษัท 23andMe ที่ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและสถาบันเทคโนโลยีแห่งรัฐแมตซาชูเสตส์ได้ทำการสแกนข้อมูลพันธุกรรม หรือจีโนมของผู้ร่วมเป็นตัวอย่างงานวิจัย 409,000 คน ที่ลงชื่อ หรือ MIT กับ ไบโอแบงค์ และ อีก 68,500 คน ที่ลงทะเบียนกับ บริษัท 23andMe
นอกจากนี้ยังมีการสอบถามกลุ่มที่ทำการศึกษาว่ามีคู่รักเพศเดียวกันหรือต่างเพศ โดยทีมวิจัยสรุปว่า โดยรวมแล้วพันธุกรรมมีผลต่อพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน 8-25 เปอร์เซนต์ แต่ไม่มียีนตัวใดตัวหนึ่งที่เป็นปัจจัยกำหนดความรู้สึกดังกล่าว และ การทดสอบทางพันธุกรรมเพื่อพิสูจน์ว่าบุคคลใดมีรสนิยมรักเพศเดียวกันจึงไม่ใช่วิธีที่ได้ผล
เช่นเดียวกับ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของ 23andMe ที่ระบุว่าผลการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม่ควรมีการพัฒนาและทดลองวิธีการรักษาผู้ที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน