สถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีหน้าฝายวังยางขณะนี้อยู่ในระดับวิกฤต เนื่องจากระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 เซนติเมตร โดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวานนี้ 44 เซนติเมตร โดยระดับน้ำหน้าฝายและท้ายฝายอยู่ที่ระดับ 139.14 เมตร เกินระดับเก็บกักปกติที่ 137.00 เมตร
ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่าน 792.28 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็น 64.42 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานอีก 5.73 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยระดับน้ำขนาดนี้ถือว่าอยู่ในระดับวิกฤต ฝายวังยางต้องติดธงแดงแจ้งเตือนประชาชน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในลำน้ำชีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝายวังยางได้แขวนบานระบายทั้ง 6 บาน เพื่อให้น้ำไหลไปตามธรรมชาติ ทำให้ขณะนี้พื้นที่การเกษตรบางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมที่ลุ่มพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนของประชาชน จึงขอให้ขนย้ายสิ่งของอพยพขึ้นที่สูงไว้ก่อน
ส่วนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้รับผลกระทบจากพายุไม่แพ้กัน ล่าสุดนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ โพสต์เฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจพื้นที่ล่าสุดว่า พายุคาจิกิผ่านไปไม่ทันข้ามคืน ร่องความกดอากาศต่ำมาเยือนอีกแล้วครับ สิริรวมกาฬสินธุ์เจออิทธิพลของพายุ 2 ลูก ร่องความกดอากศต่ำรวมอันนี้ด้วย 3 ทั้งหมด 5 ระลอกเข้า
เมื่อฝนมา เตรียมยกระดับยึดครอง ขยายพื้นที่ เรือกสวนไร่นา บ้านช่องกันเต็มที่ รวมของเก่าที่มีอยู่เดิม ตอนนี้คาดว่าเขตยางตลาด อำเภอเมือง กมลาไสย ฆ้องชัย และร่องคำ มีพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 30,000 ไร่ เฉลี่ยท่วมสูง 1 เมตร จะมีมวลน้ำมหาศาลรอการระบายในแอ่งลำปาวลงลำชี 120 ล้านลบ.ม. ย้ำดูปากนะครับ 120 ล้านคิว ปริมาณน้ำเท่ากับเขื่อนชัดๆที่ห่วงที่สุดตอนนี้คือ เขื่อนลำปาว อดทนไม่ระบายน้ำมาตั้งแต่ฝนตกกลัวซ้ำเติมพี่น้อง จะอดทนได้อีกกี่วัน เพราะน้ำลงอ่างลำปาววันละไม่ต่ำกว่า 60 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากแถวอุดรฯ ฝนก็ตกทั้งวันทั้งคืนเหมือนกัน ถึงตอนนั้นตอนที่ลำปาวจำเป็นจะต้องระบายยุ่งแน่นอน ช่วยกันภาวนาให้ฝนหยุด
ขณะที่ กาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ บ้านวังเกาะเหล็ก, บ้านทุ่งสว่าง ตำบลลำพาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะในเขตชุมชนจารุพัฒนา เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีบ้านเรือนประชาชนจำนวน 33 หลังยังถูกน้ำท่วม โดยบางจุดระดับน้ำสูง 1 เมตร
สำหรับปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ ในเขตเทศบาลปริมาณน้ำเริ่มลดลง แต่ยังมีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมอยู่ประมาณกว่า 70 หลังคาเรือน จากเดิม 1,500 หลังคาเรือน ขณะเดียวกันก็พบชาวบ้านผู้ประสบภัยบางส่วนเริ่มซึมเศร้าเนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่