นายชวน ภูเก้าล้วน อดีตนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจและเศรษฐีที่ดินในจังหวัดกระบี่ ที่ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับทีมข่าวพีพีทีวี ก่อนจะเดินทางไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีพิพาทแย่งสิทธิ์การถือครองเกาะปอดะกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในวันที่ 10 ก.ย. 2562
นายชวน เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาซึ่งถือว่าเป็น 1 ใน 2 คดีที่เหลืออยู่ในการต่อสู้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งตลอดกว่า 30ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการฟ้องร้องกับไปมาทั้งหมด 3 คดี แต่คดีนี้เป็นคดีอาญาที่ถูกกรมอุทยานฯยื่นฟ้อง ในข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้และพ.ร.บ.อุทยานฯ เมื่อปี 2559
โดยกล่าวหาว่านายชวนบุกรุกที่ดินเกาะปอดะ และศาลชั้นต้นตัดสินให้นายชวนเป็นฝ่ายชนะ โดยการยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายชวน 3 ปี 6 เดือน ซึ่งการเดินทางไปฟังคำพิพากษาในวันนี้ แม้จะมีโอกาสติดคุกในวัย 85 ปี แต่นายชวนยืนยันว่า จะไม่หลบหนีและขอเดินทางไปฟังคำพิพากษา เนื่องจากมั่นใจว่า เอกสิทธิ์ที่ใช้ต่อสู้ในคดี 2 ฉบับ คือ สค.1 เลขที่ 1 และ นส.3 ที่แปลงมาจากสค.1 เลขที่ 2 ซึ่งใช้อ้างสิทธิ์ถือครองที่ราบบนเกาะปอดะ ซื้อต่อมาจากชาวบ้านอย่างถูกต้อง
แต่หากผลลัพท์ออกมาตรงกันข้าม ก็พร้อมน้อบรับ เพียงแต่ต้องการสื่อสารกับคนในจังหวัดกระบี่และคนทั่วประเทศให้เข้าใจว่า ไม่ได้เป็นนายทุนรุกที่ป่าหรือฮุบเกาะอย่างที่ถูกตีตรามาโดยตลอด เพราะตลอดกว่า 30 ปีที่มีข้อพิพาทเรื่องนี้ ต้องทนรับกับข้อกล่าวหานี้ ทั้งที่ตัวเองไม่ต่างจากเกษตรกรที่ถูกรัฐฟ้องขับไล่จากที่ดินที่ถือครอง
ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งได้เข้ามาช่วยเหลือทางคดีให้กับกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มั่นใจว่า จะเป็นฝ่ายชนะคดี เพราะตั้งแต่รวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ มั่นใจว่า เอกสารสิทธิ์ที่ได้มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ตลอดกว่า 30ปี ของข้อพิพาทอ้างสิทธิ์ถือครองเกาะปอดะระหว่างนายชวนกับกรมอุทยานฯ มีคดีความฟ้องร้องกันทั้งสิ้น 3 คดี คดีแรกสิ้นสุดแล้ว โดยศาลสั่งเพิกถอนนส.3 รวมพื้นที่ 51ไร่ ของนายชวน และสั่งขับไล่นายชวนพร้อมบริวารออกจากเกาะ
ส่วนคดีที่ 2 นายชวนเป็นโจทก์ฟ้องแพ่งกรมอุทยานฯ และคดีที่ 3 คือ คดีที่ศาลฎีกาจะตัดสินในวันพรุ่งนี้ เป็นคดีอาญาที่กรมอุทยานฯฟ้องนายชวน โดยคดีที่ 2 และคดีที่ 3 ฝ่ายนายชวนชนะในศาลชั้นต้น แต่มาแพ้ในศาลอุทธรณ์