กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า เหตุฝูงโดรนไม่ต่ำกว่า 10 ลำ โจมตีโรงกลั่นน้ำมันอับกาอิก (Abqaiq) และคูราอิส (Khurais) ทางภาคตะวันออกของประเทศ จนเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ใหญ่ เมื่อวานนี้ (14 ก.ย.)
ทำให้บริษัทอารามโก (Aramco) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ตัดสินใจระงับการผลิตที่โรงกลั่นทั้งสอง อย่างไม่มีกำหนด คิดเป็นน้ำมันที่หายไปกว่า 5.7 ล้านบาร์เรล
หลายฝ่ายมองว่า เหตุโจมตีครั้งนี้อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะลดลงไปเฉลี่ยถึงวันละ 50%
หลังเกิดเหตุ กลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งยึดครองกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ออกมาประกาศเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มพันธมิตร ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบีย นำกำลังทหารเข้าแทรกแซงและต่อสู้กับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เชื่อว่า ผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงน่าจะเป็นรัฐบาลอิหร่าน และเรียกร้องประชาคมโลกร่วมกันประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น