น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร (สคว.) กรมวิชาการเกษตร เพื่อทวงถามเอกสารเกี่ยวกับสต๊อกสารเคมีพิษในภาคการเกษตรด้วยตัวเอง เพื่อนำมาดำเนินเนินเรื่องในกระบวนการแบนสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส นั้น พร้อมระบุว่า ติดตามเอกสารมาหลายวัน แต่ยังไม่ได้รับ ที่เรานำเสนอไปเมื่อวานนี้
ล่าสุด หลังการประชุม ครม. ทีมข่าวพีพีทีวี สอบถามถึงสาเหตุของการเข้าไปทวงถามเอกสารด้วยตนเอง โดย น.ส.มนัญญา ระบุว่า หลังพยายามขอข้อมูลมานานระยะหนึ่ง จากนั้นทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปให้ สคว. ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้รับเอกสารข้อมูลตอบกลับ และคิดว่าทิ้งระยะเวลานานเกินไป จึงเดินทางไปเพื่อสอบถามว่า มีประเด็นอะไรขาดตกบกพร่อง เพื่อที่ตัวเองสามารถช่วยได้
สำหรับข้อมูลที่ขอไปนั้นมีข้อมูลสำคัญที่จะนำไปใช้ในการแบนสารเคมี เช่นสต็อกสารเคมีที่มีอยู่ ปริมาณการใช้ ทั้งเรื่องสารทดแทน สารพิษ หรืออันตรายต่าง ๆ เพราะมีข้อโต้แย้งมาหลาย ๆ ข้อ จึงต้องการให้ข้อมูลหนักแน่น เพียงพอ
เมื่อถามว่าจะหยุดการจำหน่ายสารเคมีทั้ง 3 ตัว ได้ภายในสิ้นปีนี้หรือไม่ น.ส.มนัญญา ตอบว่า ต้องการให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ส่วนความกังวลใจกับเสียงคัดค้าน ระบุว่า มีบ้าง เพราะมีกระแสหลาย ๆ อย่าง ทั้งคนที่หวังดี ไม่หวังดี แต่ยืนยันพร้อมทำงานเต็มที่
ทีมข่าวได้เดินทางไปยังสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร (สคว.) กรมวิชาการเกษตร เพื่อขอสอบถามสาเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้า โดยหลังจากทางเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ติดต่อ ผอ.สคว. ก็ได้รับคำตอบว่า ‘ไม่มีอะไรจะให้ข้อมูล’
“สุริยะ”หนุนเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร หาก คกก.วัตถุอันตรายไฟเขียว
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ระบุถึงความคืบหน้าการยกเลิกใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิดในภาคเกษตรว่าส่วนตัวอยากให้ยกเลิกตามที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นตรงกันว่าควรให้ยกเลิก ขอให้เข้าใจว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายประกอบด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยและหากมีมติออกมาให้ยกเลิกก็สามารถผลักดันเรื่องนี้ให้มีผลวันที่ 1 ม.ค. 2563
ส่วนที่อาคารรัฐสภา มีประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส นครพนม พรรคเพื่อไทย(พท.)ระบุว่า จะเริ่มเดินงานแรก คือ เรียบเรียงข้อมูลความอันตรายของ 3 สารเคมี เบื้องต้น เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 องค์กร อาทิ นักวิชาการ ภาค NGO และตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเอกสารงานวิจัย ร่วมให้ข้อมูล
สำหรับการหารือแนวทางดังกล่าว จะเริ่มประชุมในวันอังคารที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น.ที่อาคารรัฐสภา