วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน! "โลหะหนัก" ภัยเงียบที่ไหลมากับแม่น้ำกก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดผลกระทบ "โลหะหนัก" วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน ภัยเงียบที่ไหลมาพร้อมกับแม่น้ำกกที่อาจส่งผลต่อสุขภาพหากได้รับสะสมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

วิกฤตสารพิษปนเปื้อนข้ามพรมแดนกำลังกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง หลังมีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ระบุว่า การปนเปื้อนในลุ่มน้ำกกประมาณร้อยละ 60–70 มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่หายาก (Rare-earth Mining) บริเวณต้นน้ำในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย

แม่น้ำกก Reuters/Chalinee Thirasupa
แม่น้ำกก

ซึ่งแม่น้ำกกถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว แม้กระแสน้ำจะยังคงไหลตามปกติ แต่สิ่งที่มองไม่เห็นอาจเป็น "ภัยเงียบ" ที่ค่อย ๆ สะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อมและร่างกายของผู้คน หากการปนเปื้อนยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อันตรายจาก "โลหะหนัก" ทำไมต้องเฝ้าระวัง?

การตรวจพบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะเจ็บป่วยทันที แต่สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลคือการได้รับโลหะหนักในปริมาณน้อยเป็นเวลานาน เพราะสารเหล่านี้สามารถสะสมในร่างกายโดยไม่แสดงอาการ ก่อนจะค่อย ๆ ส่งผลเสียต่ออวัยวะสำคัญในระยะยาว

โลหะหนักที่มักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหมืองแร่ ได้แก่ สารหนู ตะกั่ว แคดเมียม และปรอท ซึ่งแต่ละชนิดมีผลกระทบต่อสุขภาพแตกต่างกัน โดยสารหนูเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และความผิดปกติของผิวหนัง

ตะกั่วส่งผลต่อสมองและระบบประสาท โดยเฉพาะในเด็ก แคดเมียมอาจทำให้ไตเสื่อมและกระดูกเปราะ ส่วนปรอทส่งผลต่อระบบประสาทและพัฒนาการของทารกในครรภ์

ผลกระทบต่อสุขภาพอาจไม่ได้เกิดขึ้นในทันที

ผู้ที่ได้รับสารปนเปื้อนอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากได้รับสารอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดการสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

ในระยะสั้น ผู้ที่สัมผัสหรือใช้น้ำปนเปื้อนอาจมีอาการผื่นคัน ระคายเคืองผิวหนัง คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือท้องเสีย ขณะที่การได้รับโลหะหนักเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรัง โรคตับ ความผิดปกติของระบบประสาท โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็ง โดยเฉพาะเมื่อได้รับสารหนูในระดับสูงเป็นเวลานาน

โดยกลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ เนื่องจากโลหะหนักอาจส่งผลต่อพัฒนาการของสมอง ระบบประสาท และการเจริญเติบโตได้มากกว่าคนทั่วไป

นอกจากนี้ ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ยังรวมถึงการรับประทานปลาและสัตว์น้ำที่สะสมโลหะหนัก การบริโภคพืชผลที่ใช้น้ำปนเปื้อนในการเพาะปลูก รวมถึงการสัมผัสน้ำหรือตะกอนดินที่มีสารพิษสะสมเป็นเวลานาน

วิกฤตสารพิษในแม่น้ำกกจึงไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ภาคเหนือ แต่เป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากต้นตอของการปนเปื้อนยังไม่ได้รับการแก้ไข ความเสี่ยงจาก "สารพิษข้ามพรมแดน" ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศ ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก Daily

ทันโลก Daily

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ