กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าโรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัส (Pneumococcal disease) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumonia ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ ไปจนถึงการติดเชื้อรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบและการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเฉพาะในเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง ต่อการเจ็บป่วยรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนป้องกันนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine: PCV) จึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันโรค ลดความรุนแรงของการเจ็บป่วย และลดภาระโรคที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กไทย
โรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัส พบว่ามีมากกว่า 100 สายพันธุ์เป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในโพรงจมูกและลำคอของมนุษย์ ติดต่อผ่านทาง ละอองฝอยน้ำมูกน้ำลายจากการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิด อุบัติการณ์และความรุนแรงของโรคจะพบมากที่สุดในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่ไม่มีม้าม (เช่น ถูกตัดไป หรือเป็น Functional Asplenia)
สถานการณ์โรคปอดอักเสบในไทย
จากข้อมูลการเฝ้าระวังจากฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัลของกองระบาดวิทยา จำนวนผู้ป่วยและอัตราป่วยด้วยโรคปอดอักเสบไม่ระบุสาเหตุ (non-specific pathogen) ระหว่างปี 2564 – 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเด็กอายุ 0 – 4 ปี (ปี 2567 อัตราป่วย3,767 รายต่อประชากรแสนราย) รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป (ปี 2567 อัตราป่วย 1,955 รายต่อประชากรแสนราย) จำนวนผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบไม่ระบุสาเหตุ (Non-specific pathogen) ระหว่างปี 2564 – 2567มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ยังคงเป็นกลุ่มที่มีอัตราป่วยสูงที่สุด (อัตราป่วย 7.95 รายต่อประชากรแสนราย) หากประมาณการจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อนิวโมค็อกคัส ในปี 2567 พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมค็อกคัสจำนวนประมาณ 3,683 ราย จำนวนผู้ป่วย โรคปอดอักเสบไม่ระบุสาเหตุทั้งหมดจำนวน 98,076 ราย
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ทุกประเทศทั่วโลกนำวัคซีน PCV บรรจุเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ (National Immunization Programme: NIP) โดยพิจารณาให้เป็นมาตรการที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ โดยเฉพาะในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
แนวทางการให้วัคซีน PCV ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
วัคซีนนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine: PCV) วัคซีน SII PNEUMOSIL (10 สายพันธุ์) ผลิตโดยบริษัท Serum Institute of India Pvt. Ltd. มีลักษณะ เป็นสารแขวนตะกอนปราศจากเชื้อ ประกอบด้วย polysaccharides ของ capsular antigen ของเชื้อ Streptococcus pneumoniae ซีโรไทป์ 1, 5, 6A, 6B, 7F, 9V, 14, 19A, 19F และ 23F รายละเอียดเพิ่มเติมตามเอกสารกำกับยา
อายุที่รับรองวัคซีน PCV
- อายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์ ถึง 2 ปี (ก่อนครบรอบวันเกิดปีที่ 2)
ข้อห้ามใช้
- ห้ามให้วัคซีนในผู้ที่มีภูมิไวเกิน หรือแพ้ส่วนประกอบใด ๆ ในวัคซีน รวมถึงผู้ที่มีประวัติการแพ้วัคซีนโรคคอตีบ
- ห้ามฉีดวัคซีนเข้าทางหลอดเลือดดำ หรือเข้าภายในผิวหนัง (Intradermal)
- ห้ามให้วัคซีนในเด็กอายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์ เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาด้านความปลอดภัยและประสิทธิผล ของการให้วัคซีนในเด็กอายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์
ข้อควรระวัง
- ควรเลื่อนการฉีดออกไปในผู้ที่มีไข้สูงเฉียบพลัน
- ควรระมัดระวังในเด็กทารกหรือเด็กโตที่เป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ หรือมีความผิดปกติใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับ การแข็งตัวของเลือด หรืออยู่ระหว่างได้รับการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัสแบบรุนแรงและแพร่กระจาย (เช่น เด็กที่มีความผิดปกติของการทำงาน ของม้ามตั้งแต่กำเนิดหรือภายหลังกำเนิด การติดเชื้อเอชไอวีมะเร็ง โรคไตที่มีความผิดปกติของการขับโปรตีนออก) ซึ่งเด็กในกลุ่มนี้อาจจะมีการลดลงของการตอบสนองต่อแอนติบอดี
อาการไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีนที่อาจเกิดขึ้นได้
- อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ปวด บวม หรือผื่นแดงบริเวณที่ฉีด
- ปฏิกิริยาในระบบทั่วร่างกาย ได้แก่ ไข้สูง ง่วงซึม หงุดหงิด ไม่สบายตัว หรือเบื่ออาหาร
- ปฏิกิริยาแพ้: อาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)
กลุ่มเป้าหมาย
- กรณีมารับวัคซีนตามเกณฑ์ปกติ: เด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
- กรณีมารับล่าช้า: เด็กไทยที่เกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
คำแนะนำการให้วัคซีน PCV ตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ: ตารางการฉีดมาตรฐาน แบบ 2p+1 ประกอบด้วย วัคซีนชุดเบื้องต้น (Primary series) จำนวน 2 โดส และวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster) จำนวน 1 โดส ที่ช่วงอายุ 2, 4 และ 12 เดือน สำหรับกรณีล่าช้าให้ดำเนินการตาม “คำแนะนำการให้บริการวัคซีนนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) และการให้วัคซีนสำหรับเด็กที่มารับบริการล่าช้า ภายใต้แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติ(NIP)
ขอให้บริการวัคซีน PCV ในเด็กกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับการให้บริการวัคซีนปกติ ตามแผนงาน โดยยึดหลักการบริหารจัดการที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่การยึดถือระยะห่างที่แนะนำและระยะห่างขั้นต่ำ และการบูรณาการบริการเข้ากับตารางนัดหมายเดิม
คำถามที่พบบ่อย
หากเด็กมารับวัคซีน PCV ล่าช้ากว่ากำหนด ต้องเริ่มต้นฉีดใหม่ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ บุคลากรทางการแพทย์สามารถพิจารณาฉีดวัคซีนชดเชยได้ทันทีโดยยึดหลักเกณฑ์ ระยะห่างระหว่างโดสที่แนะนำและระยะห่างขั้นต่ำ (Minimum Intervals) เป็นสำคัญ เพื่อบูรณาการนัดหมายฉีดวัคซีนเข้ากับนัดหมายเดิมของแผนงาน NIP ภายใต้เป้าหมาย "มาน้อยครั้ง แต่ได้ครบ"
หากเด็กได้รับวัคซีน PCV เข็มที่ 1 เมื่ออายุอายุ 1 ปี 11 เดือน การฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ควรดำเนินการอย่างไร
เด็กควรได้รับวัคซีน PCV 2 เข็ม โดยระยะห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 8 สัปดาห์ แต่ไม่ควรให้วัคซีน SII PNEUMOSIL เนื่องจากอายุที่รับรองของวัคซีน SII PNEUMOSIL สามารถให้ได้ถึงอายุ2 ปี (ไม่เกิน 24 เดือน)
วัคซีน PCV แต่ละยี่ห้อ (เช่น PCV10, PCV13, PCV15) สามารถฉีดสลับชนิดกันได้หรือไม่?
วัคซีน PCV ทุกชนิดสามารถใช้ทดแทนกันได้เพื่อให้ครบชุด ตัวอย่างเช่น หากเด็กเคยได้รับวัคซีน PCV13 จากคลินิกเอกชน ก็สามารถมารับโดสถัดไปเป็น PCV10 ตามสิทธิประโยชน์ของรัฐได้โดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
เด็กที่มีความเสี่ยงสูงควรได้รับวัคซีน PCV แตกต่างจากเด็กปกติอย่างไร?
กลุ่มเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่มีม้าม หรือมีโรคเรื้อรัง จะต้องได้รับวัคซีนแบบ 3p+1 (ที่อายุ 2, 4, 6และ 12 เดือน)
สามารถฉีดวัคซีน PCV พร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นในวันเดียวกันได้หรือไม่?
สามารถให้วัคซีน PCV พร้อมกับวัคซีนอื่นในแผนงาน NIP ได้ในวันเดียวกันทุกชนิด โดยให้แยกตำแหน่ง การฉีดและเว้นระยะห่างระหว่างจุดฉีดอย่างน้อย 1 นิ้ว
อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน PCV มีอะไรบ้าง?
อาจพบอาการปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีดได้ร้อยละ 20 - 40 ซึ่งมักจะพบบ่อยขึ้นในโดสกระตุ้นหรือเมื่อฉีดในเด็กโต แต่อาการมักจะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายใน 2 - 3 วัน นอกจากนี้บางรายอาจมีอาการ ไข้อ่อน ๆ หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย
PCV ป้องกันโรคปอดอักเสบได้ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ได้เพราะโรคปอดอักเสบเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด วัคซีน PCV ลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากเชื้อpneumococcus โดยเฉพาะ serotypes ที่วัคซีนครอบคลุม แต่ไม่สามารถป้องกันปอดบวมทุกสาเหตุได้
เด็กคลอดก่อนกำหนดควรได้รับ PCV เมื่อใด?
โดยทั่วไปควรพิจารณาตามอายุจริง (chronological age) โดยประเมินภาวะทางคลินิกและข้อแนะนำของผลิตภัณฑ์ร่วมด้วย ทั้งนี้เด็กคลอดก่อนกำหนดอาจมีความเสี่ยงต่อโรคนิวโมค็อกคัสมากขึ้น จึงไม่ควรเลื่อนวัคซีนโดยไม่มีข้อบ่งชี้
เด็กภูมิคุ้มกันบกพร่องควรได้รับ PCV หรือไม่?
ควรประเมินข้อบ่งใช้เป็นรายบุคคลเพราะอาจมีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงเพิ่มขึ้นและมีคำแนะนำเพิ่มเติมตามอายุชนิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และประวัติวัคซีน การให้วัคซีนในผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรประสานแพทย์ผู้ดูแลเมื่อจำเป็นแนวทางการให้วัคซีนป้องกันนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine: PCV) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 หน้า 7
เด็กที่กำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกันสามารถฉีด PCV ได้หรือไม่?
ควรพิจารณาชนิดยา ระดับภูมิคุ้มกัน โรคพื้นฐาน และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีด ทั้งนี้วัคซีน PCVเป็นวัคซีนเชื้อตาย แต่การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอาจลดลงในผู้ป่วยบางกลุ่ม
การแพ้ยาปฏิชีวนะเป็นข้อห้ามในการฉีด PCV หรือไม่?
ไม่ใช่ข้อห้ามโดยอัตโนมัติต้องประเมินส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และประวัติการแพ้วัคซีนโดยตรง โดยเฉพาะประวัติแพ้รุนแรงหลังได้รับ PCV เข็มก่อนหรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
หากสงสัยว่าวัคซีนถูกแช่แข็งหรืออุณหภูมิหลุดช่วง ต้องทำอย่างไร?
ให้แยกวัคซีนที่ถูกแช่แข็งและติดป้ายห้ามใช้บันทึกช่วงเวลา อุณหภูมิและจำนวนวัคซีนที่เกี่ยวข้อง จากนั้นประสานผู้รับผิดชอบระบบลูกโซ่ความเย็น (cold chain) และผู้ผลิตหรือหน่วยงานกำกับตามระบบที่กำหนดห้ามนำกลับมาใช้จนกว่าจะได้รับการประเมิน
สามารถเตรียมวัคซีนใส่กระบอกฉีดยาล่วงหน้าได้หรือไม่?
ควรเตรียมตามเวลาที่จะให้วัคซีนและตามคำแนะนำ ไม่ควรเตรียมล่วงหน้าโดยไม่มีข้อบ่งชี้หรือแนวทางรองรับ เพราะอาจกระทบความคงตัว การระบุตัวผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยในการให้บริการ
หากพบ AEFI รุนแรงหลังฉีด PCV ควรหยุดฉีดวัคซีนล็อตเดียวกันทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ควรตัดสินใจหยุดหรือใช้ต่อจากเหตุการณ์เดียวโดยไม่มีการประเมิน ต้องดูความรุนแรง รูปแบบการเกิดเหตุการณ์ประวัติการเก็บรักษาวัคซีน ความเชื่อมโยงกับล็อตวัคซีน และคำแนะนำจากหน่วยงานรับผิดชอบหากสงสัยปัญหาคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือพบเหตุการณ์เป็นกลุ่ม ให้ดำเนินการตามระบบเฝ้าระวังและสอบสวน AEFI ตามแนวทางที่กำหนด
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ : แนวทางการให้วัคซีนป้องกันนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต