บอร์ด สปสช. ไฟเขียวปรับจ่าย 3 รายการ ควบคุมงบค่ายา คาดประหยัด 24 ล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

บอร์ด สปสช. เห็นชอบปรับจ่าย 3 รายการ เพิ่มทางเลือกรักษาจอตาและตรวจวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี พร้อมทบทวนค่ายา 139 รายการ คาดประหยัดงบสุทธิ 24 ล้านบาท

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 10/2569 มีมติเห็นชอบกำหนดอัตราและปรับปรุงรายการจ่ายค่าบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 3 รายการ ได้แก่ น้ำมันซิลิโคนสำหรับกดจอตาชนิดหนักกว่าน้ำ (Heavy silicone oil) การตรวจวินิจฉัยวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วย Urine LF-LAM test

 

บอร์ด สปสช. ไฟเขียวปรับจ่าย 3 รายการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บอร์ด สปสช. ไฟเขียวปรับจ่าย 3 รายการ

รวมทั้งการปรับปรุงรายการและอัตราจ่ายตามรายการบริการ หรือ Fee Schedule ด้านยา ที่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมชุดที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข และคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน

นายพัฒนากล่าวว่า ผู้ป่วยแต่ละกลุ่มมีข้อจำกัดและความจำเป็นในการรักษาแตกต่างกัน การกำหนดรายการจ่ายให้รองรับทางเลือกที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ โดยครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการรักษาจอตาสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้น้ำมันซิลิโคนทั่วไปได้ และการตรวจช่วยวินิจฉัยวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวีบางกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการตรวจด้วยเสมหะ เพื่อสนับสนุนการดูแลตามความจำเป็นของผู้ป่วย

“การพัฒนาระบบบัตรทองต้องให้ความสำคัญกับบริการที่ตอบโจทย์ผู้ป่วย พร้อมมีหลักเกณฑ์การจ่ายที่รองรับการทำงานของหน่วยบริการ มติครั้งนี้ช่วยสนับสนุนทางเลือกในการรักษาและการตรวจวินิจฉัย ควบคู่กับการทบทวนอัตราจ่ายให้เหมาะสม เพื่อใช้งบประมาณดูแลประชาชนให้เข้าถึงการรักษาที่จำเป็นอย่างคุ้มค่า” นายพัฒนากล่าว

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับน้ำมันซิลิโคนสำหรับกดจอตาชนิดหนักกว่าน้ำ กำหนดให้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมกรณีไม่สามารถใช้น้ำมันซิลิโคนทั่วไปได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการนอนคว่ำ เช่น เด็ก ผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา และผู้สูงอายุ กำหนดอัตราจ่ายไม่เกิน 11,000 บาทต่อหลอด คาดว่าจะมีผู้ใช้ประมาณ 300 คน หรือร้อยละ 10 ของผู้ป่วยประมาณ 3,000 คน พร้อมปรับอัตราจ่ายน้ำมันซิลิโคนทั่วไปจาก 5,400 บาทต่อหลอด เป็นไม่เกิน 4,800 บาทต่อหลอด

ส่วน Urine LF-LAM test เป็นการตรวจเพื่อช่วยเสริมการวินิจฉัยวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเอดส์ มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง หรือไม่สามารถเก็บเสมหะส่งตรวจได้ กำหนดอัตราจ่ายไม่เกิน 250 บาทต่อครั้ง เป้าหมายประมาณ 10,000 คน คาดใช้งบประมาณเพิ่ม 2.5 ล้านบาท เพื่อรองรับการตรวจในผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว

สำหรับการปรับปรุง Fee Schedule ด้านยา ปี 2569 มีการทบทวนอัตราจ่าย 139 รายการ ครอบคลุมทั้งรายการที่เพิ่มและลดราคา และคัดรายการออก 19 รายการ โดยบัญชีรายการยาตามร่างที่เสนอมีทั้งหมด 3,011 รายการ คาดช่วยประหยัดงบประมาณประมาณ 26 ล้านบาท เมื่อรวมผลด้านงบประมาณของทั้ง 3 บริการแล้ว คาดว่าจะประหยัดงบประมาณสุทธิราว 24 ล้านบาท

นพ.จเด็จกล่าวว่า การปรับปรุงครั้งนี้สะท้อนการบริหารกองทุนที่ดำเนินทั้งการรองรับบริการสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเฉพาะ และการทบทวนรายการจ่ายเดิมให้เหมาะสม โดยตัวเลขประหยัดงบประมาณเป็นประมาณการผลสุทธิ ซึ่งรวมงบที่เพิ่มขึ้นสำหรับการตรวจช่วยวินิจฉัยวัณโรคแล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุน และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการปฐมภูมิ และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ทบทวนหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชยกรณีส่งต่อผู้ป่วยนอก (OP Refer) และการรับบริการข้ามเขตพื้นที่ให้ชัดเจนและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย ความรับผิดชอบของหน่วยบริการ และความยั่งยืนทางการเงินของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ