นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือ “หมอแอร์” อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ อธิบายผ่านเพจ Akanis Srisukwattana ถึงประโยชน์ของการตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ (Carotid Doppler Ultrasound) ผ่านเคสจริงของผู้ป่วยหญิงอายุ 48 ปี ซึ่งเดิมไม่มีโรคประจำตัว แต่ผลตรวจกลับพบคราบพลัคในหลอดเลือดแดงที่คอ แม้ผล CT Calcium Score จะเป็น 0 ก็ตาม
สำหรับผู้ป่วยรายนี้ ผลตรวจไขมันในเลือดพบ HDL 100 mg/dL, Triglyceride (TG) 102 mg/dL, LDL จากการตรวจโดยตรง (Direct LDL) 178 mg/dL และ LDL จากการคำนวณ 153 mg/dL
เมื่อเข้ารับการตรวจ CT Calcium Score ผลออกมาเป็น 0 โดยเมื่อประเมินความเสี่ยงโดยรวมพบว่าอยู่ในระดับต่ำ และไม่มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญอื่น โดยทั่วไปอาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรม ทั้งการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และติดตามระดับไขมันในเลือดก่อน โดยยังไม่จำเป็นต้องเริ่มยาลดไขมันทันทีในบางกรณี
เมื่อตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ กลับพบคราบพลัค (Plaque) จำนวน 2 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นหลักฐานว่ามีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจากการสะสมของคราบไขมัน หรือ Atherosclerosis เกิดขึ้นแล้ว
หมอแอร์อธิบายว่า ผล CT Calcium Score ที่เป็น 0 หมายถึงยังไม่พบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคราบไขมันอยู่เลย เนื่องจากอาจมีคราบไขมันชนิดนิ่ม (Soft Plaque) ที่ยังไม่เกิดการสะสมของแคลเซียมได้
ข้อดีของการตรวจหลอดเลือดแดงที่คอด้วย Carotid Doppler Ultrasound คือ มีโอกาสตรวจพบคราบพลัคได้ก่อนที่การตรวจ CT Calcium Score จะพบแคลเซียมสะสมในหลอดเลือดหัวใจ
สำหรับผู้ที่มีระดับ LDL สูงปานกลาง และยังอยู่ในช่วงที่การตัดสินใจเริ่มยาลดไขมันไม่ชัดเจน การตรวจพบคราบพลัคในหลอดเลือดแดงที่คอจะช่วยเพิ่มน้ำหนักในการพิจารณาเริ่มยาลดไขมันได้เร็วขึ้น
หมอแอร์ยังระบุว่า ในผู้ชายอายุต่ำกว่า 40 ปี และผู้หญิงอายุต่ำกว่า 45 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดอยู่ในช่วงก้ำกึ่ง การตรวจพบคราบพลัคในหลอดเลือดแดงที่คอจะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางการรักษาได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถใช้การตรวจ Doppler ที่คอเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามคราบพลัคหลังเริ่มการรักษาได้ด้วย
ทั้งนี้ การประเมินความเสี่ยงและการพิจารณาเริ่มยาลดไขมันควรคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม ตลอดจนข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์