Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

บอร์ด สปสช. ไฟเขียวกรอบงบบัตรทองขาลง 2570 วงเงิน 2.89 แสนล้านบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

บอร์ด สปสช. เห็นชอบกรอบบริหาร “งบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2570” หลัง ครม. อนุมัติจัดสรรวงเงินรวมเงินเดือนกว่า 2.89 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินการ พร้อมมอบ สปสช. เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ร่วมกำหนดแนวทางการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส คุ้มค่า และยั่งยืน ควบคู่การคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “กรอบระยะเวลาและหลักการจัดทำข้อเสนอแนวทางการบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (งบขาลง) ปีงบประมาณ 2570” ตามที่เสนอ

บอร์ด สปสช. ไฟเขียวงบบัตรทอง 2570 สปสช.
บอร์ด สปสช. ไฟเขียวงบบัตรทอง 2570

ภายหลังคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการกองทุนฯ รวมเงินเดือนเป็นวงเงินจำนวน 289,113.04 ล้านบาท (กรณีไม่รวมเงินเดือนเป็นวงเงิน 214,144.40  ล้านบาท) พร้อมมอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการจัดทำรายละเอียดและนำกลับมาเสนอต่อบอร์ด สปสช. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

นายพัฒนา กล่าวว่า งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้นการบริหารจัดการ จะต้องคำนึงถึงทั้งการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของประชาชนในปัจจุบัน และความยั่งยืนของระบบในระยะยาว โดยบอร์ด สปสช. ได้กำหนดหลักการสำคัญให้การใช้จ่ายงบประมาณทุกส่วนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน ภายใต้แนวคิด Value for Money หรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

“บอร์ด สปสช. ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังของกองทุน เพื่อให้ระบบฯ สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุนบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การดูแลระดับปฐมภูมิ และการลดบริการที่เกินความจำเป็นโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาว” รมว.สาธารณสุข กล่าว

แนวทางที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบครั้งนี้ ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการและกองทุน การพัฒนาระบบกำกับติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจจับความผิดปกติและการทุจริตได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการบริหารจัดหายา วัคซีน และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์อย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ แนวทางการบริหารงบประมาณปี 2570 ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิตภายในประเทศ การบริหารจัดการยาสามัญอย่างเหมาะสม และการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ด้านสุขภาพและเศรษฐกิจโลก เพื่อให้กองทุนบัตรทองสามารถรองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ภายหลังที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบกรอบระยะเวลาและหลักการดังกล่าว สปสช. จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบ ทั้งจากหน่วยบริการ ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายวิชาชีพ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผ่านเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการและการรับฟังความคิดเห็นตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การจัดทำแนวทางบริหารงบประมาณสอดคล้องกับสถานการณ์จริงและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด

“สปสช. จะนำข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน รวมถึงความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ ครม. มอบหมายให้พิจารณา มาประกอบการจัดทำรายละเอียดการบริหารงบกองทุนปี 2570 เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับภารกิจของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการนี้ สปสช. ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นและจัดทำรายละเอียดแนวทางบริหารงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2570 ตลอดช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2569 ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพิจารณาอีกครั้ง และจัดทำประกาศบริหารจัดการกองทุนเพื่อใช้ในปีงบประมาณ 2570 ต่อไป

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ