จากกรณีที่ บอร์ด สปสช. เห็นชอบนำร่องวัคซีน PCV (Pneumococcal Conjugate Vaccine) ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอดอักเสบ ปอดบวม หูอักเสบ และโรคไอพีดี (IPD) รุนแรง เผยเก็บข้อมูลรอบด้านก่อนขยายผล ชี้งบจำกัด ยังไม่ชัดคุ้มค่า พร้อมประเมินผลและต่อรองราคาใน 1 ปี
ทำความรู้จัก โรค IPD
ข้อมูลจาก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า IPD ย่อมาจาก invasive pneumococcal disease ( IPD) คือ การติดเชื้อนิวโมคอคคัสแบบรุนแรงและแพร่กระจาย
ได้แก่ การติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง โรคนี้รู้จักมานานแล้ว มักพบในทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนักจนถึงชีวิตได้ หรือเกิดความพิการตามมาได้
โรค IPD เป็นเชื้ออะไร ติดต่อได้อย่างไร
นิวโมคอคคัสเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดกรัมบวก มี 90 กว่าสายพันธุ์ โดยมีบางสายพันธุ์เท่านั้นที่เป็นสาเหตุของโรคไอพีดี พบเชื้อนี้ได้ในทางเดินหายใจส่วนต้น ของคนโดยพาหะสามารถแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้ทางละอองเสมหะหรือน้ำมูก ในเด็กไทยปกติพบเชื้อในทางเดินหายใจ ส่วนต้น เฉลี่ยประมาณ 35% โดยพบมากที่สุดในเด็กทารกและเด็กเล็กในช่วงอายุ 2-3 ปี ส่วนในผู้ใหญ่พบเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้นน้อยกว่าในเด็กมาก เฉลี่ยประมาณ 4%
การติดเชื้อนิวโมคอคคัสทำให้ป่วยเป็นโรคอะไรบ้าง
เชื้อ นิวโมคอคคัส มักทำให้เกิดโรคของระบบทางเดินหายใจ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและพบได้บ่อย เชื้อนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม ซึ่งอาจมีอาการรุนแรง ส่วน การติดเชื้อแบบไอพีดีพบได้น้อยมากแต่มีความรุนแรงโดยเชื้อนิวโมคอคคัสเข้า สู่ร่างกายทางเยื่อบุบริเวณทางเดินหายใจ เชื้อจะเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด เชื้ออาจแพร่กระจายไปเยื่อหุ้มสมองทำให้มีสมองอักเสบ หรือไปที่อวัยวะอื่นเช่น กระดูกและข้อทำให้มีกระดูกและข้ออักเสบ
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อโรคไอพีดี
- เด็ก ทั่วไปโดยเฉพาะที่อายุน้อยกว่า 2 ปี มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไอพีดีมากกว่าผู้ใหญ่ เด็กยังเป็นพาหะของเชื้อได้นานกว่าผู้ใหญ่ คือพบมีเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้นเฉลี่ย 2-4 เดือน ผู้ใหญ่เป็นพาหะนาน 2-4 สัปดาห์ โดยเด็กที่มีความเสี่ยงสูงมากเป็นพิเศษต่อโรคไอพีดี ได้แก่
- เด็กที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานไม่ดี
- เด็กที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย
- เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี
- เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- เด็กที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคเบาหวาน
- เด็กที่มีน้ำไขสันหลังรั่วจากความพิการแต่กำเนิดหรือมีกะโหลกศีรษะแตก
- เด็กที่ได้รับการผ่าตัดใส่วัสดุเทียมของหูชั้นใน
- เด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก
- เด็กที่อยู่กับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่
- เด็กไม่ได้กินนมแม่จะมีความเสี่ยงต่อโรคไอพีดีสูงกว่าปกติด้วย ส่
ส่วนผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ได้แก่ คนสูงอายุ มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ โรคถุงลมปอดโป่งพองหรือมีหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง
เชื้อ นิวโมคอคคัสชนิดไม่รุนแรง เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ และปอดอักเสบ พบได้บ่อย แต่อุบัติการณ์ของโรคไอพีดีในเด็กไทยมีน้อยกว่าในต่างประเทศมาก
โรคไอพีดีรักษาอย่างไร
การรักษาโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส และไอพีดีจะใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนิซิลลิน หรือเซฟาโลสปอริน ปัจจุบันพบว่ามีการดื้อยามากขึ้นจึงจำเป็นต้องใช้ยาขนาดสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่โรคนี้สามารถรักษาได้ผลดีถ้ามาพบแพทย์ และได้เริ่มให้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว
โรคไอพีดีสามารถป้องกันได้ไหม
ปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกันโรคไอพีดีแล้ว โดยมีวัคซีนอยู่ 2 ชนิดชนิดแรก
- วัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ (PPSV23) ประกอบด้วยเชื้อนิวโมคอคคัสวัคซีนจำนวน 23 สายพันธุ์ วัคซีนนี้ไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ ใน เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี และประสิทธิภาพจำกัดจึงใช้เฉพาะกับผู้ที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคนี้ และ ผู้สูงอายุเท่านั้น
- วัคซีนชนิดที่สอง เป็นคอนจูเกตวัคซีน (PCV10, 13, 15, 20) ประกอบด้วยเชื้อนิวโมคอคคัสจำนวน 7 สายพันธุ์พ่วงกับโปรตีนทำให้สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีในเด็กต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งจะครอบคลุมเชื้อไอพีดีในเด็กไทยได้ 70% วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพสูง
สามารถป้องกันโรคไอพีดีจากเชื้อสายพันธุ์ในวัคซีนได้ 97.3 % ( แต่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์นอกวัคซีน) ป้องกันโรคปอดอักเสบได้ 35 % ป้องกันโรคหูชั้นกลางอักเสบได้บ้าง ในต่างประเทศแนะนำให้วัคซีนนี้ในเด็กปกติ อายุ 2, 4, 6 เดือน และฉีดกระตุ้นตอนอายุ 12-15 เดือนการป้องกันโดยวิธีอื่นๆซึ่งมีความสำคัญมาก ได้แก่ การทำร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีสุขอนามัย เด็กเล็กควรกินนมแม่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ และการอยู่ในที่ๆ มีผู้คนแออัด เมื่อเริ่มเจ็บป่วย ควรรีบไปพบแพทย์
วัคซีนป้องกันโรคไอพีดี สมควรให้ใช้ในเด็กไทยหรือไม่
แม้ ว่าวัคซีนแบบคอนจูเกต จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีราคาแพง และครอบคลุมไม่ได้ครบทุกสายพันธุ์ของไอพีดี และเนื่องจากอุบัติการณ์ของโรคไอพีดีในเด็กไทย มีน้อยกว่าในต่างประเทศมาก รวมทั้งยังไม่มีการศึกษาถึงความคุ้มค่าของวัคซีนนี้ในเด็กไทย จึงควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าของวัคซีนนี้เป็นรายๆไป หากเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคไอพีดี ควรพิจารณาให้วัคซีนนี้ แต่หากเป็นเด็กปกติ ความจำเป็นไม่มากนัก ถือเป็นวัคซีนทางเลือกแล้วแต่ความประสงค์ของผู้ปกครองโดยควรคำนึงถึงความ คุ้มค่าเทียบกับราคาของวัคซีนด้วย และควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีดวัคซีนนี้