เมื่อวานนี้ ( 17 ก.ย.)นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย เพื่อแสดงหลักฐานที่ยืนยันว่า อิหร่านคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง ทางภาคตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมถึงหารือมาตรการในการตอบโต้
โดยทีมสืบสวนของสหรัฐฯ เชื่อว่าจุดปล่อยโดรนที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ ฐานทัพของอิหร่าน ที่อยู่ใกล้พรมแดนอิรัก
นายเพนซ์ ระบุว่า แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ต้องการทำสงคราม แต่กองทัพก็มีความพร้อม เมื่อถึงคราวต้องปกป้องมิตรประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
เบื้องต้น คาดว่าสหรัฐฯจะแสดงหลักฐานต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในสัปดาห์หน้าด้วย
ส่วนความเคลื่อนไหวในตลาดโลก ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน หลังจากเจ้าชายอับดุลาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ออกมาแถลงแสดงความเชื่อมั่นว่า ปริมาณน้ำมันที่จะส่งให้ลูกค้าในเดือนนี้และเดือนหน้าจะเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือล่าช้า เพราะซาอุฯยังมีน้ำมันคงคลังมหาศาล และคาดว่าการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนนี้ ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงกว่า 6%