โดยภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารที่บันทึกเผยให้เห็นคนร้ายสวมหมวกสีขาว พายายวัย 69 ปี มาถอนเงินที่ธนาคารกว่า 3 แสนบาท คุณยายปราณี พรหมหาร อายุ 69 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร เล่าว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ได้มีหญิงสาววัย อายุประมาณ 40-45 ปี ได้ขับรถเก๋งไม่ทราบทะเบียน มาจอดริมถนนบริเวณหน้าบ้าน ก่อนจะลงมามาพูดคุยกับตนเอง
โดยครั้งแรก ได้ถามเรื่องขอซื้อผักเหรียง ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่ารู้ได้อย่างไรว่าตนเองเก็บผักเหรียงส่งขายให้แม่ค้าในตลาดสด หญิงสาวคนดังกล่าวพยายามชักชวนตนคุยหลายเรื่องต่างๆนาๆก่อนจะชวนตนเองไปเป็นเพื่อน โดยบอกว่าให้พาไปที่ตำบลพะงุ้น อ.สวี ซึ่งห่างจากที่บ้านเพียง 4-5 กม.โดย อ้างว่าจะไปหาเพื่อนที่ติดต่อซื้อที่ดินกัน ซึ่งตนเองได้ตอบปฏิเสธไป โดยอ้างว่าไม่มีใครอยู่บ้าน แต่หญิงสาวรายนั้นไม่ลดละ พยายามเกลี้ยกล่อม จับเนื้อต้องตัว จนตนเองไม่รู้ตัวว่าตอบตกลงแล้วเดินตามขึ้นรถไปได้อย่างไร
เมื่อไปถึงที่ตำบลพะงุ้น หญิงสาวได้จอดรถริมถนน ก่อนจะมีหญิงสาวและชาย หนุ่ม อายุวัยไร่เรี่ยกัน เดินมาพร้อมทำที่โทรศัพท์พูดคุยเรื่องซื้อที่ดินกันในราคาล้านห้าแสนบาท ก่อนที่จะเดินมาที่ตนซึ่งนั่งอยู่ในรถ พร้อมถามว่า คุณยายมีเงินรึเปล่า พอดีจะต้องนำเงินไปวางมัดที่ดิน ซึ่งที่มีอยู่ไม่พอ ยังขาดอีกสามแสน
ก่อนที่จะหลอกให้ตนกลับไปบ้านไปสมุดธนาคารมาถอดเงินจำนวน 3 แสนบาท ให้หญิงคนดังกล่าว แล้วพากลับมาส่งที่บ้านก่อนหลบหนีไป ใระหว่างนั้น ตนเองรู้สึกหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น สะลึมสะลือ อยู่ในบ้าน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นญาติๆและคนข้างบ้าน มาหาและเรียกตน ซึ่งก็ยังอยู่ในสภาพมึนงง แต่ยังบอกเล่าเรื่องให้ได้ฟัง และนำตนมาแจ้งความ
ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี ได้ดำเนินการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้ ซึ่งยอมรับว่าข้อมูลที่ได้มาจากคุณยายน้อยมาก ด้วยเพราคุณยายยังอยู่ในอาการมึนงง พูดวกไปเวียนมา ลักษณะหลงๆลืมๆกับเหตุการณ์ แต่พอจับความได้ ก็ได้พยายามติดตามหาพยานหลักฐานสำคัญทุกอย่างโดยเฉพาะกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ แต่การตรวจสอบกล้องเบื้องต้นยังไม่พบตัวคนร้ายว่าหลบหนีไปทางไหน คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่เป็นมืออาชีพ รู้มุมกล้องเป็นอย่างดี