นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กระทรวงศึกษาฯ เตรียมกำหนดพื้นที่เซฟโซนในโรงเรียน ด้วยการให้สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) เครื่องกรองอากาศต้นแบบขึ้นมา ที่มีการประดิษฐ์ไม่ซับซ้อน ใช้ต้นทุนไม่แพงมากเฉลี่ยไม่เกิน 1 พันบาท ซึ่งหลังจากทดลองใช้พบว่าสามารถทำงานได้จริง ช่วยลดค่าฝุ่นละอองในอากาศได้ จึงเตรียมให้เร่งผลิตให้ได้ประมาณ 10,000 เครื่อง เพื่อกระจายไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
“ โดยล็อตแรกจะผลิตให้ได้ 1,000 เครื่อง เพื่อส่งให้แก่โรงเรียนสังกัด สพฐ.ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 37 โรงก่อน โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10-15 วัน ”
ส่วนการผลิตเครื่องกรองอากาศส่วนที่เหลือก็จะเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ค่าฝุ่นที่อาจกลับมาสูงขึ้นอีกในช่วงปลายปี คือ ธ.ค. - ม.ค. โดยจะทำเป็นพื้นที่เซฟโซนในโรงเรียนซึ่งในช่วงปิดเทอมก็สามารถเปิดพื้นที่นี้รองรับคนในชุมชนได้
สำหรับเครื่องกรองอากาศฝีมือนักเรียนอาชีวะ ดร.พีระพล พูลทวี รองเลขาธิการ สอศ. เปิดเผยว่า มีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ 1.เครื่องกรองอากาศผ่านการใช้น้ำเป็นตัวกรองฝุ่น โดยวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี ซึ่งจะใช้มอเตอร์ดูดอากาศเข้ามาผ่านน้ำ และเป็นอากาศสะอาดกลับคืนออกมา หลักการคล้ายกับปั๊มลมตู้ปลา ซึ่งการใช้งานควรมีการเปลี่ยนน้ำ เมื่อน้ำสกปรก หรืออาจเปลี่ยนวันละครั้ง โดยแทนที่จะใช้พัดลมพ่นไอน้ำออกมา ก็เปลี่ยนกลับมาใช้ดูดอากาศเข้ามาผ่านน้ำแทน ซึ่งจากการทดลองก็พบว่าช่วยลดค่าฝุ่นในอากาศได้ดี แต่เนื่องจากอากาศผ่านน้ำจึงมีความชื้นซึ่งเครื่องวัดจะรวมความชื้นในอากาศเข้าไปด้วยทำให้ตัวเลขอาจสูงขึ้น
2.เครื่องกรองอากาศผ่านระบบพัดลม โดยวิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี โดยซื้อแผ่นกรองฝุ่น PM2.5 มาติดกับเครื่องดูดอากาศ ทำให้อากาศไหลผ่านแผ่นกรอง และพัดเอาลมออกมา ซึ่งจากการทดลองเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในห้องขนาด 21 ตารางเมตร ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในห้องจาก 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เหลือเพียง 35 มคก./ลบ.ม. ซึ่งระยะเวลาใช้งานคือประมาณ 4 พันชั่วโมง ก็ควรเปลี่ยนตัวกรองใหม่
และ 3.เครื่องกรองอากาศโดยใช้ชุดกรองรถยนต์ ที่หาซื้อได้ทั่วไปมากรองลม เพื่อให้อากาศดีขึ้น โดยวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา โดยจากการทดลองในห้องขนาด 32 ตารางเมตร เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ค่าฝุ่นจาก 75 มคก./ลบ.ม. เหลือเพียง 10-20 มคก./ลบ.ม.
“บิ๊กตู่” ยัน สถานการณ์ PM2.5 เริ่มคลี่คลายลง
และนอกจากโรงเรียนสังกัด สพฐ. เฉพาะใน กทม.และปริมณฑล 6 จังหวัด ครอบคลุม 25 อำเภอ มีโรงเรียน 325 โรงได้รับผลกระทบ ที่ได้รับผลกระทบแล้วในต่างจังหวัดยังมีผลกระทบที่ขอนแก่น นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี เป็นต้น ได้ส่งหนังสือแจ้งให้นักเรียนสวมหน้ากากกันฝุ่นมา แต่หากเริ่มมีผลกระทบมากขึ้น ให้งดกิจกรรมภายนอกอาคาร และหากจำเป็นจริงๆ ให้อำนาจผู้บริหารโรงเรียนสั่งปิดสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอนชดเชย และขอความร่วมมือไม่เผาขยะ ให้มีการเก็บขยะให้ถูกต้อง และช่วยกันลดฝุ่นในโรงเรียน เช่น ทำความสะอาดล้างถนนในพื้นที่
เครื่องฟอกอากาศในรถเข็นเพื่อลูกน้อยปลอดมลพิษ