เมื่อวันที่ (3 ต.ค.62) ภาพบาดแผลบริเวณน่องขาด้านซ้ายเหวอะหวะรุนแรง เนื้อและกระดูกบางส่วนขาดหายไป ทำให้ น.ส.ชนากาน คงนะ หรือปูเป้ อายุ 18 ปี เจ้าของบาดแผลนี้เกือบถูกตัดขา นางฉัตรสุวรรณ จงใจภักดี มารดาของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ชายหนุ่มที่มาติดพันขับรถเก๋งมารับลูกสาว คือ นางสาวชนากาน ไปรับประทานข้าว ก่อนกลับบ้านฝ่ายชายขอแวะบ้านเพื่อนจึงขี่รถมาตามซอยสวนฝน ระหว่างทางเกิดเปลี่ยนใจจะไปส่ง นางสาวชนากาน ก่อน จึงกลับรถ จากนั้นถูกรถกระบะสีบรอนซ์ ที่คาดว่าดักรออยู่แล้วขับไล่ตามอย่างกระชั้นชิด และยิงปืน เอ็ม16 เพื่อสกัดรถ 1 นัด จนรถตกข้างทาง และกระสุนไปถูกขาของนางสาวชนากาน ได้รับบาดเจ็บ ส่วนชายหนุ่มเจ้าของรถได้โทรศัพท์แจ้งกู้ภัย ก่อนหลบหนีไป ทิ้งให้ นางสาวชนากาน นอนรอความช่วยเหลือ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถก็ไม่พบยาเสพติดแต่อย่างใด
โดยสัปดาห์ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้นัดพูดคุยไกล่เกลี่ย ทำให้ทราบว่า รถกระบะคันดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ทำงานร่วมกันสามหน่วยงานคือ ตำรวจ.ปส. ตำรวจ ตชด. และทหาร โดยคนยิงเป็นตำรวจ ตชด. ยศสิบตำรวจ ยอมรับว่ามาสกัดยาเสพติดแต่ยิงพลาด จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลอย่างเต็มที่จนกว่าจะหายเป็นปกติ แต่ขอให้ครอบครัวไม่แจ้งความ โดยให้เงินมา 30,000 บาท ก่อนเป็นค่าเยียวยาเบื้องต้น
หลังจากนั้นครอบครัวไม่ได้รับการติดต่อเพื่อเยียวยาเพิ่มเติมอีก จนเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา พ่อของผู้บาดเจ็บได้ติดต่อไปทางเจ้าหน้าที่ โดยเรียกเงิน 3 ล้านบาท เป็นค่ารักษาพยาบาลน้อง และเป็นค่าชดเชยที่แม่และพี่ชายต้องออกจากงานเพื่อมาดูแล โดยทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ขอเวลาพิจารณา 2-3 วัน แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป จนถึงวันนี้ ค่ารักษาพยาบาลรวมเป็นจำนวนเงินกว่า 100,000 บาทแล้ว เนื่องจากคนเจ็บพักห้องพิเศษ เพราะแม่ก็อยากให้ฟื้นตัวได้เต็มที่ ส่วนค่าใช้จ่ายแม่ก็ขายสมบัติติดตัวต่าง ๆ รวมถึงกู้หนี้ยืมสินเพื่อเอาเงินมารักษา ซึ่งกว่า นางสาวชนากาน จะหายออกจากโรงพยาบาลก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
ทั้งนี้ผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว นับจากเกิดเหตุที่ทางครอบครัวผู้บาดเจ็บรอรับการเยียวยา ทำให้ พ่อ แม่ และพี่ชายจึงตัดสินใจมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนและเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการในวันเกิดเหตุ ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี
พันตำรวจเอกธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ทาง โรงพักลาดหญ้าที่ได้รับแจ้งเหตุครั้งแรกได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้ว โดยได้ประสานกับ โรงพักเมืองกาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปให้ทาง ป.ป.ช. สอบสวนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจากการสอบสวนปืนที่ใช้พบว่าเป็นปืนราชการชนิด เอ็ม 16 ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ขอยังไม่เปิดเผยเนื่องจากอยู่ในสำนวน ยืนยันพร้อมช่วยทางครอบครัวประสานทางคู่กรณีในเรื่องการเยียวยา ย้ำได้รับการกำชับจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา
ล่าสุดอาการของ นางสาวชนากาน ผู้บาดเจ็บ นายแพทย์สมเจตน์ เหล่าลือเกียรติ พร้อมคณะแพทย์ที่ดูแล เปิดเผยว่า มีบาดแผลถูกยิงที่ขาซ้าย กระดูกแหลก ต้องใส่เหล็กยึดกระดูกร่วมบริเวณใต้เข่าซ้าย และมีเส้นเลือดขาด โดยได้ส่งให้แพทย์เฉพาะทางด้านเส้นเลือดที่ศิริราชทำการรักษา ก่อนจะส่งตัวกลับมาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โดยมีการผ่าตัดตกแต่งบาดแผลและผ่าตัดปะผิวหนัง ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยยังมีแผลที่ขาซ้าย มีเหล็กยึดตรึงกระดูกอยู่ ยังมีอาการปวดแผล และปวดขา ได้รับยาแก้ปวดแบบมอร์ฟีนวันละ 6 เข็ม ส่วนผู้บาดเจ็บจะหายเป็นปกติหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากคนไข้มีปัญหาเรื่องเส้นเลือดและการกระดกข้อเท้า ทำให้การเดินอาจไม่ปกติ ทั้งนี้ ต้องรอการประเมินบาดแผลและการติดของกระดูกอีกครั้ง ซึ่งจะใช้เวลา 6 เดือนขึ้นไป
ขณะเดียวกันด้านอาการทางจิตเวช พบว่ามีภาวะความเครียดเฉียบพลันมีฝันร้าย หงุดหงิดง่าย โกรธ กังวล นอนไม่หลับ ต้องการแม่มาก อาจกลายเป็นภาวะผิดปกติทางจิตใจจากเหตุการณ์รุนแรง ตอนนี้อยู่ระหว่างให้ยาคลายเครียด คุมอารมณ์ และควบคุมปริมาณการใช้ยาแก้ปวดเพื่อไม่ให้มีอาการเพ้อหรือสับสน ซึ่งอาการทางจิตใจอาจมีผลต่อเนื่องระยะยาวเป็นปีกว่าที่จะรักษาเยียวยาให้กลับมาเป็นปกติได้