ถือถุงผ้ามาจ่ายตลาด” กลายเป็นภาพที่พบเห็นจนคุ้นชินมาตลอดช่วง 2 ปีหลัง ในตลาดสโมสรอาจารย์ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นตลาดแรก ที่เข้าร่วมโครงการ จุฬาฯ Zero Waste
เมื่อมาเดินหาซื้อของกินของใช้ที่นี่ จะเห็นภาพชัดเจนว่า คนที่มาซื้อของส่วนใหญ่ จะพกถุงผ้าติดตัวมาคนละ 1 ถุง และหากลูกค้าลืมพกถุงผ้ามา จะมีถุงพลาสติกที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้วของโครงการไว้บริการ แต่ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็นค่าถุงพลาสติกในราคา 1-2 บาท ตามขนาดของพลาสติก
อย่างร้านก๋วยเตี๋ยวบกในตลาดนี้ ยอมรับว่า ในช่วงแรกที่เก็บค่าถุงพลาสติก ทำให้ลูกค้าลดลงไปบ้างเพราะไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ แต่เมื่อลูกค้าเริ่มพกถุงผ้ามากขึ้น ยอดขายก็กลับคืนมา และมีสถิติที่น่าสนใจ คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนกรกรฎาคม ถุงพลาสติกรีไซเคิล ที่ร้านนำมาขายจำนวน 100 ใบ ยังเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง ทางร้านจึงมีแนวคิดช่วยลดขยะพลาสติกอีกทาง โดยจะลดราคาก๋วยเตี๋ยวลงห่อละ 2 บาท ถ้าลูกค้านำกล่องหรือปิ่นโตมาใส่เอง
การเก็บค่าถุงพลาสติกที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว ในราคาใบละ 1-2 บาท เป็นกิจกรรมที่กลายเป็นแนวทางลดใช้ขยะพลาสติก ในโครงการจุฬาฯ zero waste
ถุงนี้ เรียกว่า “ถุงเต่า” เพราะในกระบวนการย่อยสลายจะไม่หลงเหลือเป็นไมโครพลาสติกที่เล็กมากในสิ่งแวดล้อม ซึ่งไมโครพลาสติก ถูกพบว่า เป็นหนึ่งในสิ่งที่เต่าทะเลกินเข้าไป
สุจิตรา วาสนาดำรงดี ผู้จัดการโครงการ จุฬาฯ Zero Waste อธิบายว่า แนวคิดนี้ขอความร่วมมือร้านค้าช่วยสร้างเงื่อนไขว่าจะไม่ให้ถุงพลาสติกฟรี แต่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มถ้าต้องการถุงพลาสติก ซึ่งช่วยกระตุ้นให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย หันมาพกถุงผ้าไว้ใส่ของแทน และสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกไปได้แล้ว 3 ล้านใบ ตั้งแต่ปลายปี 2559นอกจากจะเน้นลดใช้ถุงพลาสติกแล้ว ที่ร้านขายน้ำที่เข้าร่วมโครงการจุฬาฯ Zero Waste น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะแต่ละร้าน จะใช้แก้วกระดาษที่เคลือบสารอินทรีย์ ของโครงการฯ ใส่น้ำพร้อมกับไม่แจกหลอดหากลูกค้าไม่เอ่ยปากขอ
แก้วกระดาษเคลือบสารอินทรีย์ ที่ใช้ในตลาดนี้ เรียกว่า zero waste cup ยังถูกนำไปใช้ต่อ ด้วยการขายให้เกษตรกรนำไปใช้เพาะชำกล้าไม้แทนถุงพลาสติกสีดำที่เคยใช้กันมายาวนาน ในราคาแก้วละ 2 บาท
กลยุทธ์ในการดำเนินงานที่ทำให้โครงการ Chula Zero Waste ประสบผลสำเร็จ