นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เปิดแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ยืนยันว่าไม่คิดออกกฎหมายใหม่เพิ่มเติมในตอนนี้ หลังจากสถานการณ์การชุมนุมทวีความรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่เธอประกาศใช้อำนาจฉุกเฉิน ห้ามสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการใช้อำนาจพิเศษครั้งแรกในรอบ 50 ปี
นางแลม เตือนผู้ประท้วงให้หยุดการกระทำที่รุนแรง อย่าบีบให้ทางการต้องใช้ไม้แข็ง ซึ่งสื่อก็คาดว่า เธออาจจะหมายถึงการใช้กำลังทหารเข้าปราบการชุมนุม
นอกจากนี้ แลมยังได้พูดถึงผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงที่ล่วงเลยเข้าสู่เดือนที่ 4 ที่เห็นได้ชัด คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงกว่าครึ่ง โดยเฉพาะในช่วง 6 วันแรกของเดือนตุลาคม หรือ Golden Week ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาววันชาติจีน
ขณะที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินฮ่องกง MTR ต้องระงับการให้บริการเกือบทั้งระบบตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผู้ประท้วงชุดดำโยนระเบิดเพลิงใส่ทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน และเข้าไปทำลายตู้ขายตั๋ว ทำให้การเดินทางสัญจรในฮ่องกงและฝั่งเกาลูนแทบจะเป็นอัมพาต
นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังได้พุ่งเป้าไปที่ตู้ ATM ธนาคารจีน และร้านค้าที่แสดงการสนับสนุนรัฐบาลจีน ทำให้ห้างร้านต้องปิดเร็วกว่ากำหนดในช่วง Golden week ซึ่งตามปกติจะเป็นเทศกาลท่องเที่ยวที่ยุ่งที่สุดตลอดทั้งปี
ล่าสุด บรรดาธุรกิจร้านค้าในฮ่องกงเริ่มกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง ส่วนรถไฟใต้ดินยังใช้การได้เพียงบางส่วน โดยสถานีที่เปิด จะให้บริการถึงเพียง 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือปิดเร็วกว่ากำหนด 4 ชั่วโมง เพื่อซ่อมแซมความเสียหาย