เพราะอะไร? "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" ถึงกลัวการเก็บภาษีย้อนหลัง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากกรณีที่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์และทีมได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยมีการเปิดรับบริจาค และลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านด้วยการแจกถุงยังชีพ นอกจากนี้ ยังนำเงินจากที่ได้รับบริจาค มาช่วยเหลือชาวบ้านครัวเรือนละ 5,000 บาท ล่าสุดบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ออกมาพูดถึงความกังวลว่าตนเองอาจจะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังหรือไม่

เพราะอะไรบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ถึงกลัวการเก็บภาษีย้อนหลัง?

คำตอบคือ “เพราะเขาได้เปิดบัญชีส่วนตัวในการรับเงินบริจาค” ตามกฎหมายแล้วหากมียอดโอนเงินเข้าธนาคาร 3,000 ครั้งต่อปี ขึ้นไป หรือ 400 ครั้งต่อปี และมียอดเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องถูกส่งข้อมูลให้สรรพากร ภายใน 31 มีนาคม 2563 ตามเงื่อนไขของกฎหมายในการเสียภาษี ซึ่งยอดบริจาคปัจจุบันคงเหลือ 340 ล้านบาท

ในกรณีของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ถูกมองออกไปอีกได้ว่า ถ้าหากถูกเก็บภาษีจะถูกประเมินภาษีหรือไม่ ซึ่ง นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ไม่ต้องมีภาระภาษีจากเงินบริจาค โดยให้เทียบเคียงกับการเป็นเจ้าภาพหรือกรรมการกฐิน ไม่ต้องเสียภาษี เพราะถือว่าเป็นตัวกลางในการทำบุญ ซึ่งเงินดังกล่าวไม่ถือเป็นรายได้ของบิณฑ์ ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี” และต่อให้ถูกส่งข้อมูลไปที่ทางกรมสรรพากรจริงก็ไม่สามารถประเมินภาษีได้

ซึ่งหากเกิดการเรียกเก็บภาษียอดหลังจริง ๆ อาจจะถูกโยงให้เป็นภาษีการรับให้ เพราะกรณีนี้ทางบิณฑ์ได้รับเงินมากกว่า 10 ล้านบาทตามกฎหมาย การรับบริจาคครั้งนี้จะถูกตีความเป็นอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีจากบุคคลอื่น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับทางกรมสรรพากรว่าจะมองไปในทิศทางไหน

อีกด้านหนึ่งถึงแม้ว่าบิณฑ์ บันลือฤทธิ์จะทำโดยมีเจตนาเพื่อกิจการสาธารณะประโยชน์มากกว่า แต่ไม่ได้รับบริจาคในนามของมูลนิธิหรือสมาคม ซึ่งหากเป็นการทำในนามของมูลนิธิหรือสมาคมจะสามารถที่ได้รับการยกเว้นภาษี โดยประเมินจาก 3 ข้อคือ

สองสาวรับสารภาพแอบอ้างบัญชี "บิณฑ์" รับบริจาคน้ำท่วม

“บิณฑ์” ลั่นไม่มีใครบังคับ มาด้วยใจ อวยเชียร์ “ลุงตู่” มาตลอด

1. บุคคลธรรมดาบริจาคเงินให้กับมูลนิธิหรือสมาคม มีสิทธินำเงินบริจาคมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ในการคำนวณเงินได้สุทธิ

2. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้กับมูลนิธิหรือสมาคมมีสิทธินำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

3. ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประเภทขายสินค้า นำสินค้าไปบริจาคให้กับมูลนิธิหรือสมาคม ผู้ประกอบกิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลนิธิหรือสมาคม

อย่างไรก็ตาม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ได้ออกมาพูดถึงประเด็นเรื่องนี้ว่าหากเขาถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจริง ๆ ก็อยากวอนว่าอย่าเก็บเลย เขาไม่เคยคิดว่าจะมีเงินเข้าบัญชีถึงขนาดนี้และทางบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ยังคงนำเงินส่วนนี้ไม่ช่วยผู้ประสบภัยและทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

"วิษณุ"แจงเงินบริจาครัฐบาลต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ เดินแจกเหมือน"บิณฑ์"ไม่ได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ