เมื่อวันที่ (10 ต.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายว่า หากวันนี้ซากช้างอยู่ในตำแหน่งที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ หรือ สามารถลากซากเข้ามาในจุดที่สามารถผ่าชำแหละได้ เจ้าหน้าที่อุทยานและสัตวแพทย์จเริ่มะปฎิบัติการทันที แต่ต้องยอมรับว่าไม่ง่าย เพราะปริมาณน้ำด้านในยังมีมาก การทำงานยังมีอุปสรรคหลายอย่าง
โดยซากช้างตัวที่ 10 และ 11 คือ ตัวที่เจ้าหน้าที่อุทยาน ทีมกู้ภัย และสัตวแพทย์ ค้นหาเจอเมื่อวานนี้ (9 ต.ค.62) จึงวางแผนเข้าเก็บกู้ซากในวันนี้ แต่อุปสรรคก็ยังมีมากมาย ทั้งการที่ซากช้างใกล้จะแตกหลังขึ้นอืดบวมหลายวัน น้ำหนักตัวของช้างที่มีมากทำให้การเคลื่อนย้ายยากลำบาก กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว รวมถึงต้องรอลุ้นสภาพอากาศว่าจะมีฝนตกเพิ่มเติมหรือไม่
ภารกิจวันนี้ที่เจ้าหน้าที่วางแผนไว้ คือ ตั้งแต่ช่วงเช้าทีมอุทยานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดแรก เข้าไปเคลียร์พื้นที่ด้านใน พร้อมขนย้ายอุปกรณ์การผ่าซากช้างบางส่วนเข้าไปก่อน ส่วนทีมชุดที่ 2 ตามเข้าพื้นที่ไปเพื่อดำเนินการผ่าชำแหละ และหาจุดฝังกลบ หรือหาวิธีการค้นย้ายซากที่สามารถค้นย้ายได้ เพื่อนำมาเผาที่วัดท่าด่าน ซึ่งอยู่ห่างจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ไม่ถึง 5 กิโลเมตร
พบซากช้างป่าเขาใหญ่ตกเหวตายรวมทั้งหมด 11 ตัว
นักอนุรักษ์สัตว์ป่า ที่ร่วมภารกิจครั้งนี้ ระบุว่า ผลการประชุมทีมทำงาน สรุปว่า หากสามารถปฏิบัติภารกิจในวันนี้ได้ จะเริ่มจากการขอขมาช้าง ตรวจสอบอัตลักษณ์ของช้างเพื่อทำบันทึก ก่อนที่จะลงมือผ่าชำแหละ แต่การทำงานจะต้องเน้นความปลอดภัยของชุดทำงาน เพราะภารกิจนี้ถือเป็นงานยากต้องประเมินสถานการณ์รายชั่วโมง
สำหรับพื้นที่รอบนอกบริเวณ เขื่อนขุนด่านฯ มีการเตรียมอุปกรณ์สนับสนุนหลายอย่าง โดยเฉพาะถังแกลลอน จำนวน 200 ถัง หากด้านในระบุว่าต้องการใช้เพื่อช่วยพยุงตัวช้างให้ลอยเพื่อดันให้ซากช้างไปอยู่ในจุดที่สามารถผ่าชำแหละได้ ทีมงานด้านนอกจะลำเลียงอุปกรณ์เล่านี้เข้าไปให้ เช่นเดียวกับการบินโดรนโรยปูนขาว ล่าสุดสั่งปูนขาวเพิ่มอีกจำนวนมาก เพื่อใช้ในการยับยั้งเชื้อโรคในพื้นที่ด้านใน