เปิดข้อมูลผลกระทบสุขภาพ 3 สารเคมีภาคการเกษตร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กระทรวงสาธารณสุข จัดทำข้อมูลผลกระทบสุขภาพ 3 สารเคมีภาคการเกษตร หวังให้ประชาชนรับรู้วงกว้าง พร้อมส่งให้กก.วัตถุอันตรายชี้ขาดแบนหรือไม่แบน 22 ตุลาคม 2562

เป็นอีกข่าวที่ถูกสังคมจับตามองกับกรณีสารเคมีภาคการเกษตร 3 ตัว คือ พาราควอต  ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ที่ทั้งภาคนักวิชาการ ภาคประชาสังคม ออกมาคัดค้านสุดตัวว่า 3 สารดังกล่าวมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ไม่เพียงแต่เกษตรกร แต่ยังลุกลามไปยังสภาพแวดล้อม และอาจกระจายไปยังประชาชนทั่วไปได้  ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังออกมาประกาศจุดยืนกระทรวงสาธารณสุข ไม่เอา “ 3 สารเคมีภาคการเกษตร” และโรงพยาบาลในสังกัดต่างขึ้นป้ายคัดค้าน

ภาคประชาชนยื่นหนังสือนายกฯ ค้านอนุญาตใช้สาร “พาราควอต”

ล่าสุด(16 ต.ค.62) ที่ผ่านมา นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมวอร์รูมรณรงค์ และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายต่อสุขภาพ  ได้ข้อสรุปจากการประชุมว่า  นับจากนี้ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2562  ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ทางกระทรวงสาธารณสุขจะเร่งให้ข้อมูลผลกระทบจากสารเคมี 3 ตัว คือ พาราควอต  ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพรีฟอส ที่มีต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง และจะส่งข้อมูลนี้ให้กับคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อพิจารณาก่อนการประชุม ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 50 ประเทศแบนสารเคมี 3 ตัวนี้แล้ว  

กระทรวงสาธารณสุข จัดทำข้อมูลผลกระทบสุขภาพของ 3 สารเคมีภาคการเกษตร ประกอบด้วย

1.พาราควอต (Paraquat)   สารฆ่าวัชพืช  ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการผลิตพาราควอตมากที่สุดในโลก มีความเป็นพิษสูง เนื่องจากมีฤทธิ์กัดกร่อนมาก ไม่มียาต้านพิษ มีการยกเลิกการใช้ในหลายประเทศทั่วโลก แม้แต่ในประเทศผู้ผลิต ข้อมูลศูนย์ พิษวิทยา รพ.รามาธิบดี แสดงข้อมูลอัตราการตาย ของผู้ป่วยในประเทศไทยที่ร้อยละ 10.2 จึงมีความเสี่ยง มากเกินกว่าที่จะนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย EPA ได้ระบุค่า LD50 ในมนุษย์เท่ากับ 3-5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว

* ผลกระทบทางสุขภาพ

ปอดเป็นอวัยวะเป้าหมายหลักที่ได้รับผลกระทบ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยถุงลมปอดจะถูกทำลาย จากการรับสัมผัสทางการกิน และทางเดินหายใจส่วนบน จะถูกทำลายหากได้รับสัมผัสจากการหายใจ สุดท้ายจะเกิดการทำลายเนื้อปอดจนเกิดพังผืดในปอด (lung fibrosis) ทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต หลังสัมผัสประมาณ 2 สัปดาห์ ผลกระทบในระยะยาวมีผลเรื้อรังต่อเนื่องจากการที่ได้รับผลพิษสะสมในระยะสั้น ได้แก่ Irreversible lung disease  นอกจากนั้น ยังมีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน

สำหรับอาการของผู้ป่วยขึ้นกับช่องทางการสัมผัส คือ  ทางการหายใจ ทำให้ระคายเคืองที่เยื่อบุโพรงจมูก เลือดกำเดาไหล และทางการกินมีแผลไหม้ในช่องปาก ระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ความอยากอาหารลดลง ปวดท้อง คอแห้ง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปวดหัว มีไข้ ปวดตามกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หายใจสั่นๆ หัวใจเต้นเร็ว

ชาวสวนปาล์ม หนุน เลิกใช้สารอันตราย แนะ หาสารทดแทน

2.คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos)   เป็นสารฆ่าแมลงกลุ่ม organophosphorus ที่มีการใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งการใช้ในบ้านและในสวน  มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวและมีกลิ่นแรงคล้ายกระเทียม  

* ผลกระทบทางสุขภาพ

คลอร์ไพริฟอส เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะซิติลโคลีนเอสเตอเรส (acetylcholinesterase) ที่ทำหน้าที่ในการสลายสารสื่อ ประสาทอะซิติลโคลีน (acetylcholine) ทำให้สารสื่อประสาท acetylcholine คั่งและทำให้เกิดการส่งสัญญาณ ประสาทมากขึ้น ระบบประสาททำงานมากขึ้น เป็นพิษต่อระบบประสาท  คลอร์ไพริฟอส ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ การลดลงของไอคิว การสูญเสียความจำในการทำงาน (Loss of working memory) การขาดสมาธิ คล้ายโรค สมาธิสั้น ออทิสติค การรบกวนการทำงานของไทรอยด์ ฮอร์โมน ผลต่อระบบสืบพันธุ์ ผลต่อระบบเมตาบอลิก  ผลต่อระบบประสาทและพาร์กินสัน  ฯลฯ

3.ไกลโฟเซต (Glyphosate)

ไกลโฟเซต เป็นยาฆ่าวัชพืช (Herbicide) กลุ่ม phosphonic acid   เป็นสารกำจัดวัชพืชที่มีการนำเข้าปริมาณสูงที่สุดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สถาบันวิจัยวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ภายใต้องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นสารก่อมะเร็ง (2A) คือ อาจก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ ข้อมูลศูนย์พิษวิทยา  รพ.รามาธิบดี แสดงข้อมูลอัตราการตายของผู้ป่วย  ในประเทศไทยที่ร้อยละ 3 %   ผลกระทบทางสุขภาพ สาร polyoxyethylene  เป็น surfactant ที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบของสารกำจัดวัชพืช ไกลโฟเซต  โดยมีความเข้มข้นตั้งแต่ 1% ถึง 21 % โดยสารในกลุ่ม surfactant นอกจากมีผลระคายเคืองแล้วยังออกฤทธิ์ รบกวนการทำงานของผนัง Mitochondria ในเซลล์ ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์  จึงพบการตอบสนองของอวัยวะต่างๆลดลงในผู้ป่วยที่ได้รับพิษจาก  surfactant ซึ่งจากหลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่าความเป็นพิษของสาร surfactant ที่ผสมอยู่นั้นเกิดขึ้นกับระบบไหลเวียนโลหิตเป็นหลัก  

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมน้้าเหลือง จากการประมวลงานวิจัยจำนวนมากล่าสุด (2019) พบว่าการสัมผัสสารไกลโฟเซตเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด NHL(Non-Hodgkin’s lymphoma) สูงกว่าผลการศึกษาเดิมถึง 41%  ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียร์ ตัดสินให้บริษัทผู้ผลิตสารเคมีต้องชดใช้ ค่าเสียหายแก่ผู้ใช้ไกลโฟเซตและต่อมาพบว่าป่วยด้วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง NHL

อีกทั้ง ยังมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ (EDC) สมาคมต่อมไร้ท่อสหรัฐอเมริกา (endocrine society) ระบุว่าเป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ผลกระทบต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง ผลงานวิจัยของ นักวิทยาศาสตร์ชาวศรีลังกา พบว่า ไกลโฟเซตสามารถจับตัวกับสารหนูในน้ำบาดาล ก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรัง (CKD)    ไกลโฟเซตในซีรั่มของแม่และสะดือทารก  ศ.พรพิมล กองทิพย์, คณะสาธารณสุขศาสตร์  ม.มหิดล พบไกลโฟเซตในซีรั่มของแม่และสะดือทารก เด็กแรกเกิด 46.3 - 50.7 % ของจำนวนตัวอย่าง  การปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร ไกลโฟเซตอาจจะตกค้างในดินมากกว่า 1 ปี ในดินเหนียว ซึ่งมีสารอินทรีย์วัตถุมากและจะถูกชะล้างได้เร็วในดินทราย  

 

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ