ประกาศค่าสารทีเอชซี “กัญชง” ฉบับใหม่ เปิดโอกาสสายพันธุ์มากขึ้น


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เผยปรับค่าสารทีเอชซีไม่เกิน 1% จากเดิม 0.3 % เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์กัญชง โดยเฉพาะพันธุ์พื้นเมือง เตรียมรับฟังความคิดเห็นอนุญาตผลิตกัญชง 1 พ.ย.นี้

จากกรณีการออกประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เรื่อง กำหนดลักษณะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2562 ซึ่งกำหนดให้สารทีเอชซีในเมล็ดพันธุ์กัญชงต้องไม่เกิน 0.3% และในใบและดอกกัญชงไม่เกิน 0.5% แต่มีข้อเรียกร้องว่า จะส่งผลให้มีสายพันธุ์ในการนำมาใช้ประโยชน์ได้น้อย

เปิดพื้นที่ทดลองปลูก “กัญชง” เตรียมผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจ

วันที่ 25 ต.ค.2562  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เรื่อง กำหนดลักษณะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2562 ซึ่งเป็นฉบับใหม่ โดยกำหนดให้มีการยกเลิกประกาศฉบับเดิม และให้ประกาศฉบับใหม่นี้มีผลบังคับใช้ทันทีในวันถัดไปหลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งสาระสำคัญของประกาศฉบับใหม่นี้  คือ  

กำหนดให้กัญชง ต้องมีสารทีเอชซีในใบและช่อดอกไม่เกิน 1% ต่อน้ำหนักแห้งในการตรวจวิเคราะห์ และเมล็ดพันธุ์กัญชงให้มีสารทีเอชซีไม่เกิน 1% ต่อน้ำหนักแห้ง โดยการตรวจวิเคราะห์ และเป็นพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช โดยประกาศฉบับนี้จะไม่บังคับใช้กรณีกัญชงที่ปลูกอยู่ก่อนแล้ว ก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ และเมล็ดพันธุ์ที่รับรองแล้วก่อนประกาศมีผลบังคับใช้

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า การออกประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เรื่อง กำหนดลักษณะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2562 โดยกำหนดให้กัญชงและเมล็ดพันธุ์รับรองมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (ทีเอชซี) ในใบและช่อดอก ไม่เกินร้อยละ 1.0 ต่อน้ำหนักแห้ง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์กัญชง โดยเฉพาะพันธุ์พื้นเมือง เปิดกว้างให้เกิดการใช้ประโยชน์กัญชงอย่างคุ้มค่านอกเหนือจากเส้นใย เพื่อนำไปผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ เช่น ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร เครื่องสำอาง รวมถึงการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น เส้นใย สิ่งทอ ฉนวนกันความร้อน ทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน

ส่วนร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) ขณะนี้ อย.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้นำขึ้นรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th ระหว่างวันที่ 21 ต.ค. - 5 พ.ย. 2562 และจะมีการจัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็นในวันที่ 1 พ.ย. 2562 เวลา 9.30 น. ที่ อย.

ป.ป.ส.ติดตามผลพัฒนาสายพันธุ์กัญชงทางการแพทย์

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การปรับขนาดของทีเอชซีในกัญชงเป็น 1% จะมีประโยชน์ 2 เรื่องหลักๆ คือ 1.มีกัญชงในประเทศไทยอีกหลายสายพันธุ์ที่มีความเข้มข้นทีเอชซีมากกว่า 0.2% ดังนั้นก็สามารถที่จะได้ซีบีดีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และเป็นการเปิดโอกาสให้มีสายพันธุ์เหล่านี้ในประเทศไทยขึ้นมาจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมายรวมกระทั่งถึงสายพันธุ์ที่ชาวม้งมีอยู่ และ 2.การปรับเปลี่ยนความเข้มข้นดังกล่าว นำมาซึ่งการใช้กัญชงที่มีอยู่แล้วในประเทศไทยโดยไม่ต้องคำนึงถึงการที่ต้องสั่งจากต่างประเทศอย่างเดียว ซึ่งตรงกับหลักที่ว่าประเทศไทยควรจะต้องรู้ว่า เรามีอะไรที่เป็นสมบัติของชาติอยู่แล้วก่อน ก่อนที่จะเชื่อสิ่งที่ต่างประเทศแนะนำอย่างเดียว

 

ประกาศราชกิจจานุเบกษา ประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เรื่อง กำหนดลักษณะกัญชง (Hemp ) พ.ศ. 2562  

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ