น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) กล่าวถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐลงนามคำสั่งยกเลิกการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป(จีเอสพี) แก่ประเทศไทยหลายรายการสินค้า รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารทะเล โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน หลังจากรัฐบาลไทยล้มเหลว ยกระดับสิทธิแรงงานให้เท่าเทียมมาตรฐานโลกนั้น เรื่องนี้ ภาคเอกชนก็ยังสับสนและงงต่อคำประกาศของผู้นำสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ไทยถูกปรับอันดับจากเทียร์ 3 มาเป็นเทียร์ 2 (Tier 2 Watch List : บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง) เมื่อกลางปี 2561 ที่ผ่านมา เห็นว่าไทยได้แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม คงจะต้องขอเวลาศึกษาคำประกาศของสหรัฐก่อนว่าจะตัดสิทธิจีเอสพีของไทยในกลุ่มสินค้าอะไรบ้าง แต่เท่าที่ได้เห็นเบื้องต้นน่าจะกระทบต่อกลุ่มสินค้าประมงของไทยพอสมควร และคงต้องติดตามดูว่าตัวผู้นำของสหรัฐจะประกาศปรับเปลี่ยนอะไรอีกหรือไม่ที่ให้เวลาไทยอีก 6 เดือนในการตัดสิทธิจีเอสพี คงต้องตามดูกันต่อไป และกลุ่มสินค้าประมงของไทยคงต้องปรับตัวหาช่องทางอื่นในการทำตลาดกันต่อไป
นายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย ระบุว่า ทางหอการค้าไทยทราบเรื่องที่สหรัฐได้ประกาศตัดสิทธิจีเอสพีต่อไทยแล้ว ภาคเอกชนขอเวลาศึกษาในรายละเอียดของคำประกาศดังกล่าวให้ชัดเจนอีกครั้งว่าจะปรับตัวรับผลกระทบดังกล่าวอย่างไรดี และจะต้องดูว่าผู้ประกอบการที่เข้าข่ายถูกตัดสิทธิเป็นบริษัทของคนไทยหรือประเทศอะไรที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยกันแน่ คาดว่าจะทราบผลที่ชัดเจนในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม อยากฝากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อสหรัฐให้เวลาไทย 6 เดือนก่อนถูกตัดสิทธิจึงอยากให้ทุกหน่วยงานช่วยไปเจรจาเรื่องนี้ให้กับภาคเอกชนด้วย
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า สมาคมฯขอเวลาศึกษารายละเอียดในคำประกาศของสหรัฐให้ชัดเจนก่อน แต่เข้าใจว่าในส่วนกลุ่มอาหารทะเลที่เกี่ยวข้องกับคำประกาศสหรัฐน่าจะอยู่ในกลุ่มประเภท ปลาและปลาหมึกเป็นหลัก ดังนั้น คำประกาศของสหรัฐนี้ถือเป็นเรื่องวิบากกรรมของสินค้าไทยในกลุ่มนี้ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบหลายด้านทั้งค่าแรง ค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่ที่ผ่านมาภาคการส่งออกของไทยก็ปรับตัวมาตลอดหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเก่าอยู่แล้ว