เมื่อวานนี้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ลงมติ 438 ต่อ 20 เสียง เห็นชอบร่างกฎหมายจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 96 ปี ที่ชาวอังกฤษได้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนในเดือนธันวาคม จากปกติที่จะจัดในช่วงระหว่างเดือน พ.ค. - มิ.ย.
โดยสมาชิกพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ที่ตั้งป้อมคัดค้านญัตติดังกล่าวมาโดยตลอด ก็ร่วมออกเสียงสนับสนุนด้วย รวมถึงนายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรค ที่ประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวของคนยุคนี้ที่จะได้เปลี่ยนแปลงทิศทางของประเทศ
อย่างไรก็ตาม มีสมาชิกพรรคแรงงานอีกไม่น้อยที่ไม่เข้าร่วมการประชุม หรืองดออกเสียง เพราะมองว่าการเลือกตั้งใกล้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสอาจรบกวนการเฉลิมฉลองของประชาชน และแคมเปญหาเสียงของผู้สมัคร โดยพวกเขาเชื่อว่า การจัดลงประชามติให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้งว่าอยากจะถอนตัวจากสหภาพยุโรปหรือไม่ น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
หลังจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้สภาขุนนางหรือวุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบต่อไป ซึ่งไม่น่าจะมีอุปสรรคใดๆ และคาดว่าจะประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เท่ากับว่าบรรดาพรรคการเมืองในอังกฤษจะมีเวลาหาเสียงเลือกตั้งประมาณ 5 สัปดาห์
ด้านนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ในฐานะหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม ประกาศว่าตนพร้อมลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเขาหวังว่าจะช่วยผ่าทางตันให้กับรัฐสภาที่ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องข้อตกลงเบร็กซิท จนทำให้ต้องเลื่อนเส้นตายการถอนตัวจากวันที่ 31 ต.ค. หรือวันพรุ่งนี้ เป็นวันที่ 31 ม.ค. ปีหน้า
ขณะที่อียูยืนกรานแล้วว่า หลังจากเลื่อนกำหนดเส้นตายมาให้แล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย