นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย มองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมานั้น จะส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมช่วยให้ยอดซื้อกระเตื้องขึ้นบ้าง โดยเฉพาะสต็อกคงค้างที่มีอยู่กว่า 35,000 หน่วย จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ซื้ออยู่หรือลงทุนก็ตาม รวมถึงในช่วงปลายปีจะเป็นไฮซีซั่นของการซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากผู้คนวางแผนในการใช้เงินจากโบนัสต่างๆ ในช่วงปลายปีมาซื้อที่อยู่อาศัย ฉะนั้นความต้องการมีอยู่แล้ว ถ้ามีแรงกระตุ้นก็จะช่วยตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อหรือ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะประชาชนจะไปซื้ออสังหาฯจากมาตรการนี้ แต่กลับกู้ธนาคารไม่ผ่าน
ทั้งนี้ ยอมรับว่า ปัจจุบันยอดซื้อต่างชาติ ที่เคยมีประมาณ 90,000 ล้านบาท หดหายไปหมด เนื่องจากอัตราค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับอยู่ในระดับต่ำ จึงมีการย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่นอย่าง กัมพูชา และญี่ปุ่น ทดแทน
ด้านนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่กล่าวว่า ผู้ประกอบการกว่า 500 รายทั่วประเทศจาก 3 สมาคมอสังหาฯ ที่พร้อมจะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว และมองว่าช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่ดีของผู้ซื้อ เนื่องจากรัฐออกมาตรการกระตุ้นให้คนไทยได้มีบ้านได้ง่ายขึ้น ส่วนมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ หรือ LTV มองว่าจะเป็นผลดีในระยะยาว เพราะช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งในอนาคตหากหนี้เสียลดลงอาจมีการผ่อนคลายได้
นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ยังทิ้งท้ายไว้ว่า หากไม่มีมาตรการกระตุ้นแบบที่ทำอยู่นี้ ประชาชนอาจชะลอการตัดสินใจซื้ออสังกาหาฯ ออกไป ซึ่งอาจจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้