พรรคสังคมนิยม (PSOE) ของรักษาการนายกรัฐมนตรีเปโปร ซานเชซแห่งสเปน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 4 ในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับที่นั่งในสภาไปครอง 120 ที่นั่ง ลดลง 3 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แม้จะได้รับที่นั่งไปครองมากสุด แต่ไม่เพียงพอที่จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก เนื่องจากได้รับที่นั่งไม่ถึง 176 ที่นั่งหรือเกินกึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 350 ที่นั่ง
ส่วนพรรคประชาชนสเปน (PP) พรรคอนุรักษ์นิยม ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวนที่นั่ง 88 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากจำนวน 66 ที่นั่ง ขณะที่พรรคการเมืองน้องใหม่ อย่าง “ว็อกซ์” (Vox) พรรคขวาจัด ได้รับที่นั่งถึง 52 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจาก 24 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งก่อน ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคการเมืองทรงอิทธิพลที่สุดอันดับ 3 ของประเทศ
โดยรักษาการนายกรัฐมนตรีซานเชซกล่าวกับผู้สนับสนุนหลังผลการนับคะแนนแล้วเสร็จ ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดเป็นลำดับต้น ๆ ของตนในขณะนี้ คือ การตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและทำงานทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวสเปนส่วนใหญ่ พร้อมระบุว่า ต้องการให้ทุกพรรคการเมืองแสดงออกถึงความมีน้ำใจและความรับผิดชอบเพื่อปลดล็อคสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
ทั้งนี้ การเลือกตั้งทั่วไปของสเปนเมื่อเดือนเมษายนต้องเผชิญภาวะชะงักงัน หลังพรรคการเมืองไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้นได้ทันเส้นตายภายในเดือนกันยายนท่านมา ส่งผลทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังคงจับตามองว่า พรรคสังคมนิยมสเปนของนายซานเชซจะตั้งรัฐบาลผสมขึ้นได้หรือไม่ เนื่องจากจะต้องหันไปจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคเล็กและพรรคชาตินิยมในการผ่านกฎหมาย
ขณะเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ที่พรรคประชาชนสเปนและพรรคว็อกซ์จะแสวงหาผลประโยชน์ผ่านการถ่วงดุลอำนาจจากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย