นี่่เป็นวินาทีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ผู้ต้องหาที่ 1, พร้อมนายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 และ นายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 เดินทางมาถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเมื่อช่วง 10.30 น. ที่ผ่านมา
ก่อนที่นายชัยวัฒน์และพวกจะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตามที่ DSI ขอศาลอนุมัติหมายจับ รวม 8 ข้อหา ในคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ชาวกะเหรี่ยง บ้านโป่งลึก บางกลอย
นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า อยากรู้ว่า DSI แจ้งข้อหาผมเรื่องอะไรเพราะศาลทุจริตชี้เป็นเรื่องทุจริต และศาลอาญาก็ไม่ได้ออกหมายจับผม ส่วนหลักฐานต่างๆ ที่ DSI พบเดี๋ยวค่อยว่ากันผมและลูกน้องพร้อมที่จะสู้ ทุกวันนี้ยืนยันว่าผมและลูกน้องสู้เพื่อแผ่นดินในการที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
การเดินทางมาวันนี้นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าไม่มีทางหลบหนี ตลอดชีวิตรับราชการมีศักดิ์ศรีและเกียรติในการทำหน้าที่ เดี๋ยวจะเข้าไปฟังทาง DSI แล้วจะออกมาเปิดเผยอีกรอบ ผมสงสัยว่าทำไม DSI เร่งรัดคดีได้รวดเร็วขนาดนี้ ทั้งที่เป็นการทำคดีภายใน 6 เดือน
คดีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเสี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
ข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย
เช่นว่านั้น และอีกหลายข้อหารวม 8 ข้อ บวกกับข้อหาในหน้าที่ราชกสรด้วยอีก 3 ข้อหา จากการทำคดีของเจ้าหน้าที่ DSI ที่ประกอบสำนวนการสืบสวนสอบสวนจากตำรวจภูธรภาค 7 และข้อมูลจาก ปปท. มารวมกัน ซึ่งในชัยวัฒน์ขณะที่ กำลังเดินเข้าไปแม้ว่าจะมีคำพูดที่ชัดเจนว่าไม่ได้หนีหรือไม่ได้กังวลแต่สีหน้าบ่งบอกถึงความเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเองและพร้อมจะสู้ในชั้นศาลจนถึงที่สุด
อธิการรับทราบข้อกล่าวหาวันนี้พบว่ามีนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย อดีต อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเดินทางมาที่ DSI ด้วยซึ่งนายดำรงค์ ระบุว่า ต้องการมาให้กำลังใจลูกน้องเก่า