“สมศักดิ์” เผยพบดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยคดี “โทโมโกะ” มั่นใจ 12 ปีปิดคดีได้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คืบหน้าคดี “โทโมโกะ” ถูกฆาตกรรมเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ล่าสุด รมว.ยุติธรรม มั่นใจปิดคดีได้เร็วๆนี้

กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่ถูกฆาตกรรมบริเวณวัดสะพานหิน ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา // ล่าสุดทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่าคดีมี ความคืบหน้าไปถึง 80% แล้ว ซึ่งพบดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยแล้ว พร้อมมั่นใจว่าจะสามารถปิดคดีได้ในเร็วๆนี้

  ญาติสาวญี่ปุ่นถูกฆาตกรรม ร้องไทย 10 ปีคดีไม่คืบ วอนเร่งคลี่คลายคดี

ภายหลังจากที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเป็นคดีโทโมโกะ เป็นคดีพิเศษ เมื่อปี 2556 ซึ่งคดีนี้เป็นที่สนใจของทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น หลังคดีนี้ผ่านมาเกือบ 12 ปีแล้ว ล่าสุด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่เคารพจุดเกิดเหตุกรณี น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่ถูกฆาตกรรมบริเวณวัดสะพานหิน ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2550 หรือก็คือวันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ซึ่งคดีนี้เป็นที่สนใจของทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ตรวจหลักฐานที่มี ซึ่งเป็นกางเกงของโทโมโกะ ที่สวมใส่เมื่อประมาณปี 2552 หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ว่าตรวจพบเจอดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยหรือไม่ แต่ขณะนั้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วเทคโนโลยีการตรวจหาดีเอ็นเอยังไม่ก้าวหน้า กระทั่งปัจจุบันทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ใช้น้ำยาตัวใหม่ เพื่อมาตรวจหาดีเอ็นเอที่ขอบกางเกงของโทโมโกะ อีกครั้ง

ผลดีเอ็นเอยันนักธุรกิจชาวสเปนถูกฆ่าหั่นศพที่คอนโด “อาร์ตูร์”

จนกระทั่งพบดีเอ็นเอของโทโมโกะ และดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย ที่เป็นคนงานในเล้าหมูแห่งหนึ่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 900 เมตร และผู้ต้องสงสัยรายนั้นได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2553 โดยศพของผู้ต้องสงสัยถูกเผาในเมรุด้วยความร้อน 900 องศาเซลเซียส ทำให้ไม่สามารถใช้เถ้ากระดูกมาสกัดดีเอ็นเอได้ จึงต้องใช้ตัวอย่างจากพี่สาว 2 คนของผู้ต้องสงสัย และบุตรชาย อายุ 17 ปี ของผู้ต้องสงสัย เพื่อมาตรวจหาสารดีเอ็นเอ และนำมาเทียบกับดีเอ็นเอของคนร้ายที่พบบนขอบกางเกงของ น.ส.โทโมโกะ โดยนายสมศักดิ์ มั่นใจว่าจะสามารถปิดคดีได้ แต่คงต้องรอให้ผลตรวจสอบดีเอ็นเอยืนยันให้ชัดเจนอีกครั้ง

อีกทั้งกรณีนี้ได้มีพยานรู้เห็น คือนายสงบ ทองหร่อง อายุ 65 ปี ชาวจังหวัด จ.สุโขทัย ได้เล่าว่าหลังจากเกิดเหตุ
3 วัน นายสงบ ได้ไปพบปะกับผู้ต้องสงสัยตามประสาคนคุ้นเคยกัน แต่เห็นมีลักษณะอาการเหมือนหลบหนีอะไรบางอย่างจึงถามว่าไปทำอะไรมา และผู้ต้องสงสัยตอบว่าไปแทงฝรั่งตาย และนำมีดสปาต้าที่ซ่อนไว้มาให้ดู

ส่วนภรรยาผู้ต้องสงสัยก็บอกเช่นกันว่าเห็นสามีนำของบางอย่างใส่ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและไปฝังไว้ที่ถนนลูกรัง แต่ปัจจุบันได้ปรับเป็นถนนลาดยางแล้ว โดยในช่วงนั้นผู้ต้องสงสัยเล่าว่าจะไปหาเห็ด แต่ไปเจอผู้เสียชีวิตจึงหวังชิงทรัพย์ แต่พลาดพลั้งมือจนแทงเสียชีวิตดังกล่าว แต่เวลาก็ล่วงเลยมาหายปีแล้วก็คงต้องขึ้นอยู่กับดีเอสไอ ซึ่งพยานหลักฐานและการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์สิ่งสำคัญคือดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยว่าจะตรงกันหรือไม่

ซีอีโอบริษัทเทรดฟอเร็กซ์ แจงหลังกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องต่อ “สมศักดิ์ เทพสุทิน”

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ