ขสมก.ยันแผนปฏิรูป “คนได้ใช้รถเมล์ใหม่ในราคา 30 บ.กี่ต่อก็ได้”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ขสมก.ชี้แจงแผนปฎิรูปองค์กร ช่วยประชาชนได้ใช้รถเมล์ใหม่จำนวน 4,000 คัน  ขึ้นรถกี่ต่อ กี่ครั้งต่อวันก็ได้ ด้วยอัตราไม่เกิน 30 บาท  

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้ชี้แจงกับ พีพีทีวี ถึงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ของกลุ่มสหภาพแรงงาน ขสมก. โดยระบุว่า เดิมแผนการปฏิรูป ขสมก. เดิมมีอยู่ 7 ข้อ แต่มีการปรับแผนใหม่เพียง 2 ข้อเท่านั้น คือ การเปลี่ยนจากการซื้อรถใหม่ที่ต้องใช้เงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นการเช่ารถตามระยะทางที่ใช้งาน ทำให้ไม่มีการก่อหนี้สาธารณะ เพราะไม่มีการซื้อรถ 3,500 คัน และยังไม่มีภาระซ่อมบำรุงในระยะยาว รวมถึง จะมีการปรับสายทางให้รถเมล์ ไม่วิ่งทับซ้อนกัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการในราคาถูกลง

 
โดยสามารถเดินทาง ด้วยรถ ขสมก. ทั้งระบบ ในราคาวันละเพียง 30 บาท ตลอดทั้งวัน ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว หรือจำนวนสายรถ หากเป็นตั๋วรายเดือนจะราคาเพียง 750 บาท หรือคิดเป็นวันละ 25 บาท ส่งผลให้ประชาชนจะสามารถประหยัดเงินได้ถึง 7,300 บาทต่อปี พร้อมลดปริมาณลดติดได้อีก 30% รวมถึงจะมีรถมารอให้บริการเป็นรอบทุก 5-10 นาที มีรถออก 1 คัน โดยนำรถจากเส้นทางที่ทับซ้อนเดิมมาบริหารจัดการให้ดีขึ้น กรณีตัวอย่างเช่นในช่วงถนนลาดพร้าว-พหลโยธิน-อนุสาวรีย์ มีเส้นทางเดินรถซ้อนทับกันถึง 20-30 สาย เดินรถอย่างไรก็ขาดทุน

ทั้งนี้ นายสุระชัย ยืนยันว่าไม่ได้มีการปรับลดพนักงานแต่อย่างใด และจะดูแลสวัสดิการของพนักงานแบบเดียวกับแผนฟื้นฟูฉบับก่อนที่เคยเสนอไว้ทุกประการ รวมถึงในอนาคต รถร่วม ขสมก. ก็จะไม่มีปัญหาการแย่งผู้โดยสาร เพราะรถร่วมก็จะเป็นระบบเช่าเช่นกัน โดย ขสมก.จะเป็นผู้จ้างเหมารถร่วมให้เข้ามาวิ่งรถเมล์บริการประชาชน

ด้าน นายเอกชัย สุมาลี อดีตผู้อำนวยการ Smart City Research Center และอาจารย์ด้านระบบขนส่ง ประจำมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค มองว่าการปฎิรูปของ ขสมก. นั้น ถึงเวลาต้องเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว เพราะต้นทุนส่วนใหญ่มาจากภาครัฐ ด้วยภาษีของประชาชน การเพิ่มประสิทธิภาพทั้งโครงสร้างราคา อัตราการใช้ต้นทุนต่างๆ เหมือนในหลายประเทศทั่วโลก ทำอย่างไรให้รถเมล์มีประสิทธิภาพสูงสุด รูปแบบการปรับปรุงอาจเริ่มด้วยการลดต้นทุนฝั่งการบริหารจัดการรถ การดูแล ต้นทุนพลังงาน และต้นทุนของบุคลากร

โดยนายเอกชัย เน้นย้ำว่า การขาดทุนของระบบขนส่งมวลชนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่อย่านำมารวมกับคำว่าไม่มีประสิทธิภาพ เช่น รถไฟในประเทศเยอรมันเป็นของรัฐ ซึ่งขาดทุนในแง่มุมที่รับได้ว่าการบริการมีประสิทธิภาพ สามารถสนับสนุนการขนส่งของประชาชนได้ ส่วนกรณีที่ขาดทุนแล้วยังไม่มีประสิทธิภาพ ผู้ให้บริการประชาชนรายนั้นจะตอบประชาชนผู้เสียภาษีได้อย่างไร ฉะนั้น ภาครัฐจึงต้องกล้าหาญในการผลักดันนโยบายบางเรื่อง ให้ยึดประโยชน์ของผู้ใช้บริการเป็นหลัก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ