วันนี้ (29 ส.ค.60) นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานกรรมการบริหาร ขสมก. กล่าวว่า หนึ่งในแผนปฏิรูปองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ คือ การลดพนักงานเก็บค่าโดยสาร 2,000 คน และให้ทดแทนการจัดเก็บค่าโดยสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-ticket โดยการเกษียณก่อนกำหนดพนักงานเก็บค่าโดยสาร เป็นเพียงแนวคิดลดจำนวนพนักงาน ตามแผนฟื้นฟูเท่านั้น ยืนยันว่า ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ ส่วนเงินชดเชยต้องจ่ายตามพื้นฐานเงินเดือนและสวัสดิการของแต่ละบุคคล หรือ ไม่เกิน 30 เท่าเงินเดือนตามระเบียบกระทรวงการคลัง อาจไม่ใช่วงเงินเฉลี่ยคนละ 1 ล้านบาท
ด้านพนักงานเก็บค่าโดยสาร เปิดใจกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า โครงการดังกล่าวอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แม้จำนวนเงินจะมาก แต่บางคนมีภาระหนี้สินไม่เท่ากัน หากใช้จ่ายหมด โอกาสที่จะสมัครงานใหม่ค่อนข้างยาก เนื่องจากอายุมากและวุฒิการศึกษาไม่สูง
ประธานสหภาพฯ ขสมก. ระบุว่า โครงการดังกล่าว ยังต้องใช้เวลาพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่ในระยะแรกที่ ขสมก.จะนำระบบ e-ticket มาใช้ ขสมก. ยังจำเป็นต้องมีพนักงานเก็บค่าโดยสารเพื่อให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารอยู่
ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคมนี้ ขสมก.จะเริ่มนำรถเมล์ 800 คันที่เริ่มติดตั้งระบบอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-ticket เพื่อรองรับระบบตั๋วร่วมและบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย และคาดว่าจะสามารถติดตั้ง e-ticket ครบ 2,600 คันในช่วงกลางปี 2561 ซึ่งจะเป็นช่วงที่เริ่มโครงการลดพนักงาน ปัจจุบันขสมก. มีพนักงานเก็บค่าโดยสารทั้งหมดกว่า 12,000 คน