ช่วงเดือนพ.ย.2562 ที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวดราม่าระหว่างสูตินรีแพทย์ และพยายามกรณีแย่งห้องผ่าตัด จนลุกลามกลายเป็นเรื่องของการกำหนดฤกษ์คลอด เมื่อไม่ได้ห้องผ่าตัดตามฤกษ์ทำให้เกิดปัญหาขัดแย้ง แม้สุดท้ายผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข จะออกมายืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว และทางกระทรวงสาธารณสุข ไม่มีนโยบายให้มีการกำหนดฤกษ์คลอด และไม่อนุญาตให้ทางสูตินรีแพทย์ทำการเช่นดังกล่าว แต่ก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงสาธารณสุขว่า เรื่องนี้มีจริงก็ตาม
กรณีที่เกิดขึ้นลองมาพิจารณามุมมองของโหราศาสตร์ชื่อดัง อย่าง “อ.คฑา ชินบัญชร” ให้ข้อคิดเรื่องนี้ ว่า
ภาพจากเฟซบุ๊ก คฑา ชินบัญชร
“การกำหนดคลอดตามฤกษ์ยาม ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งความสะดวกของหมอทำคลอด พ่อแม่ และความพร้อมที่เด็กจะคลอดออกมา ความปลอดภัย ซึ่งหากครบทั้งหมด และได้ฤกษ์ยามดีด้วย ก็ถือเป็นเรื่องสิริมงคล เป็นความสบายใจ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าแค่ฤกษ์ยามก็จะกำหนดคลอดได้ ต้องมีหลายปัจจัยร่วมด้วย”
อ.คฑา อธิบายเพิ่มเติม ว่า ในสมัยโบราณการคลอดจะเป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ปัญหาคือ แม่บางคนไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติได้ เนื่องจากภาวะระหว่างการตั้งครรภ์ ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยง แต่เมื่อวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามา การดูแลแม่และลูกดีขึ้นมาก ทำให้มีการตรวจน้ำคร่ำ ตรวจครรภ์ต่างๆ จนทราบว่าบางเคสไม่สามารถคลอดธรรมชาติ จึงต้องผ่าคลอด ส่วนที่กำหนดว่าต้องคลอดช่วงเดือนนี้ ระหว่างวันที่เท่าไหร่ก็ว่ากันไปนั้น
ส่วนหนึ่งมาจากความสะดวกทั้งของหมอทำคลอด พ่อแม่ และลูกในครรภ์ว่าพร้อมคลอดด้วย บังเอิญว่า นอกจากความสะดวกจึงมีการแทรกเรื่องความเชื่อเข้ามา จึงเป็นเรื่องของความสบายใจ เป็นกำลังใจจนไปหากูรู หมอดู หาฤกษ์หายาม แต่ทั้งหมดทั้งปวง หากได้ฤกษ์แล้ว แต่หากหมอสูติฯ ไม่สะดวก พ่อแม่ไม่สะดวก ก็ไม่ได้อยู่ดี ดังนั้น ทุกอย่างต้องดูองค์รวม
การกำหนดคลอด สิ่งสำคัญก็ต้องนัดหมายหมอทำคลอดด้วย ซึ่งหากเราได้ฤกษ์มาจริง แต่หมอไม่สะดวก หรือเด็กยังไม่สามารถออกมาได้จริงๆ ก็ทำไม่ได้อยู่ดี ดังนั้น ไม่ใช่ว่าถือฤกษ์ยามแล้ว จะทำได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่า หากทำได้และได้ฤกษ์ยามดี พ่อแม่ก็รู้สึกสบายใจก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ไม่ใช่ว่า การกำหนดคลอดตามฤกษ์ยาม จะการันตีว่า เด็กที่เกิดมาจะเป็นคนดีจริงๆ เพราะต้องอยู่ที่การเลี้ยงดูของพ่อแม่ ทัศนคติของพ่อแม่ที่ถ่ายทอดให้ลูก เพราะหากพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ดี ทัศนคติไม่ดี มีแต่ความคิดแง่ลบ ลูกก็จะถ่ายทอดแนวคิดแบบนี้มา จะมีเพียงส่วนน้อยที่เด็กอาจคิดเองได้ ก็ถือเป็นเรื่องโชคดี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การที่เด็กจะเป็นคนดี ชีวิตดี ไม่ใช่แค่ฤกษ์ยามตอนคลอดเท่านั้น ต้องอยู่ที่ครอบครัว และตัวเด็กเองด้วย
สำหรับคนที่เชื่อเรื่องดวงมากๆ ก็ต้องพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ด้วย เพราะสิ่งสำคัญต้องดูความปลอดภัยของแม่และลูกเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากจะพูดถึงเรื่องฤกษ์งามยามดีในการเกิด ตามโหราศาสตร์ อ.คฑา อธิบายว่า
“มีหลายอย่าง แต่ดวงเกิดแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่โดยหลัก หากเกิดช่วงเวลา 07.00-09.00 น.เรียกว่าเวลามะโรง เวลา09.00-11.00 น.เวลามะเส็ง เวลา 11.00-13.00 น. เรียกว่าเวลาม้า หรือเวลา 13.00-15.00 น.เรียกว่าเวลาแพะ หรือหากอยากให้ลูกร่าเริง ซน เจ้าชู้นิดๆ ก็เวลา 15.00-17.00 น. หรือเป็นเด็กขยัน มีความละเอียด เป็นช่างก็จะเป็นเวลา 17.00-19.00 น. เรียกว่าเวลาไก่ แต่หากซื่อสัตย์ มีความชัดเจน ก็ประมาณเวลา 19.00-21.00 น. เวลาสุนัข แต่หากอยากเป็นคนอยู่สบาย ก็ต้องเวลาหมู ประมาณ 21.00-23.00 น. แต่จริงๆ เวลาเหล่านี้ก็ไม่ใช่ว่าจะกำหนดได้หมด ต้องอยู่ที่บุคคล บางคนก็ไม่เหมาะกับเวลาเหล่านี้ ที่สำคัญต้องอยู่ที่ความพร้อมทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยด้วย” อ.คฑา กล่าว
อ.คฑา บอกอีกว่า จริงๆ มนุษย์เราเกิดมาไม่ใช่เรื่องง่าย ถือว่ามีบุญเป็นพื้นฐาน สิ่งสำคัญต้องสะสมบุญดีต่อไป เข้าใจธรรม ทำดี ต้องมีศีลธรรม หากพ่อแม่เลี้ยงดูดี ให้ความรักความเอาใจใส่ ประกอบกับเด็กเป็นคนเข้าใจ รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งดี อะไรเป็นสิ่งไม่ดี สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่การกำหนดฤกษ์เกิดเสมอไป
“อย่างอาจารย์เอง ก็เกิดด้วยวิธีคลอดตามธรรมชาติ ไม่ได้มีกำหนดฤกษ์คลอดอะไร ก็ยังเป็นอาจารย์จนถึงทุกวันนี้ได้เช่นกัน” อ.คฑา กล่าวทิ้งท้าย
ดราม่าลุกลาม! หลังหมอสูติฯ-พยาบาลถูกย้าย สังคมทวงถามกำหนดคลอดถือฤกษ์เหมาะสมหรือ...