เมื่อวันที่ (1 ธ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นคำตอบที่ได้จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อถูกถามว่าการลาออกจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีกระแสข่าวลักษณะนี้ในวงกว้าง
นอกจากจะไม่ตอบว่ากำลังเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนหรือไม่ ยังระบุว่า จำเป็นต้องเปิดพื้นที่การเมืองใหม่ๆเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่นายธนาธร ย้ำว่า พรรคอนาคตใหม่ยังเชื่อมั่นและตั้งใจจะทำการเมืองในรัฐสภา โดยแสดงความเชื่อว่านายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะสามารถทำหน้าที่นี้ได้ดี แต่ก็ยอมรับว่า ส่วนตัวมองว่าปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงผ่านกลไกรัฐสภาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
ส่วนการจัดบรรยายพิเศษของนายธนาธรวันนี้นำข้อมูลงบประมาณของกระทรวงกลาโหมมาเปิดเผย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหมทำข้อตกลงพิเศษกับกระทรวงการคลัง เรื่องการใช้เงินนอกงบประมาณว่าจะมีการตั้งระบบตรวจสอบและระบบบัญชีเอง ซึ่งทำให้ตรวจสอบยากและอาจเกิดความไม่โปรงใส รวมถึงแตกต่างจากกระทรวงอื่นๆที่หากจะใช้เงินนอกงบประมาณจะต้องหารือร่วมกับกระทรวงการคลังก่อน
นายธนาธร ยกตัวอย่างกรณีที่กระทรวงกลาโหมเคยนำเงินนอกงบประมาณไปให้บริษัทอาร์อีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด มหาชน กู้ยืม 1200 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย ซึ่งบริษัทดังกล่าว มีกองทัพบก ถือหุ้น 50% และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ประมาณ 10 คน ถือหุ้นอีก 50%
ขณะที่ข้อมูลของกรมธุรกิจการค้าพบว่าบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท และขาดทุนต่อเนื่องหลายปีรวมเป็นเงินกว่า1,000 ล้านบาทอยู่แล้ว
นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างอีกหลายประเด็น ซึ่งทั้งหมดนี้นายธนาธรต้องการสะท้อนว่ามีหลายประเด็นที่ไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะทำให้เกิดความไม่โปร่งใส รวมถึงเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด
ขณะที่นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่เวลานี้ย้ายสังกัดไปอยู่พรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวคิดการผลักดันกฎหมายต่อต้านลัทธิชังชาติ โดยระบุว่า
หลังจากที่ได้โพสต์สติกเกอร์ 5 ลักษณะของอาการ"ชังชาติ" คิดไม่ถึงว่า จะมีคนกลุ่มหนึ่งดิ้นเป็นไส้เดือนบนกองขี้เถ้า โดยส่วนตัวยังยืนยันว่า ประชาธิปไตยชังชาติ มีแต่สร้างปัญหาให้ประเทศ โดยยกตัวอย่าง “ฮ่องกง” ประชาชนแตกแยก ใช้ความรุนแรงทำร้ายกันชนิดเผากันเป็นๆ เศรษฐกิจตกต่ำ ดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซง ประชาชนอยู่ไม่มีความสุข เพียงอ้างเพื่อประชาธปไตย
ส่วนประเทศไทยของเรา มีวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม ความรัก ความมีน้ำใจของคนในชาติที่ต่างชาติยังอิจฉา พวกเราต้องช่วยกันดูแล และอย่าหลงต่อการปลุกระดมของพวกอ้างประชาธิปไตยชังชาติ เราต้องช่วยกันสร้างความภูมิใจ ในความเป็นชาติไทย รักษาอัตลักษณ์ของชาติ ให้มีการตรวจสอบรัฐบาลตามระบบ อย่าให้พวกชังชาติเหิมเกริม ทุกอย่างของประเทศชาติก็จะดีขึ้น โดยนายแพทย์วรงค์ระบุว่า ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ประเทศไทยของเราควรจะมีกฎหมายต่อต้านลัทธิชังชาติ พร้อมสอบถามเพื่อนในเฟซบุ๊กว่า คิดเห็นอย่างไร