เมื่อวันที่ (2 ธ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้เกิดขึ้นระหว่างที่นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้กำลังชี้แจงผลการรังวัดฟาร์มไก่ ของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ว่าพบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ บริวเวณป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ซึ่งภายหลังการชี้แจงเสร็จ นายทวี ไกรคุปต์ที่เดินทางมาสังเกตการณ์ ได้นำแผนที่ของกรมป่าไม้ที่ตัวเองเตรียมมา ให้นายอรรถพลและคณะทำงาน เพื่อชี้จุดว่าฟาร์มไก่ของลูกสาวตัวเองอยู่จุดใด
นายทวี ยืนยันว่า ที่ตั้งของฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม2 ส่วนที่อยู่ทางทิศเหนือ ค่อนไปทางขวา ไม่รุกล้ำป่าสงวนฯ แต่แผนที่กรมป่าไม้มาตราส่วน หนึ่งต่อสี่แสน ไม่ละเอียดพอในการทำรังวัดทำให้ฟาร์มไก่ของลูกสาว ถูกตั้งข้อหารุกล้ำป่าสงวนแห่งชาติ
แต่ระหว่างที่นายอรรถพลกำลังอธิบายขั้นตอนการรังวัดของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นายทวีก็แย่งไมโครโฟนอธิบดีกรมป่าไม้ มาพูดต่อเรื่องพิกัดคลาดเคลื่อน ซึ่งนายทวี ยืนยันว่า ฟาร์มไก่ทั้ง 2 แห่ง เขาสนฟาร์ม 1 และ 2 ครอบครองโดยสุจริต ซึ่งตัวเองจบการศึกษาด้านวิศวกรรม มีความรู้ด้านแผนที่เป็นอย่างดี
หลังคำชี้แจงของนายทวี ผู้สื่อข่าวจึงตั้งคำถามว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่ทำงานเมื่อสัปดาห์ก่อนมีหนังสือส่งถึงนายทวีและนางสาวปารีณาแล้ว ให้ลงพื้นที่พร้อมกันเพื่อนำชี้แนวเขตครอบครอง เพื่อความเข้าใจตรงกันทั้ง2ฝ่าย แต่ทั้งคู่ไม่ไปและไม่ส่งตัวแทนมาร่วมทำงาน
นายทวี ชี้แจ้งว่าไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการติดต่อไปที่นางสาวปารีณา ตัวเองไม่รับทราบ แต่นายทวีระบุว่า ที่ดินทั้งหมดได้รับโอนมาจากชาวบ้านโดยไม่รู้ว่าอยู่ในเขตป่าสงวนฯ หรือ ส.ป.ก.
ด้านนายอรรถพล อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ทำงานอย่างระมัดระวัง เพราะผู้ที่ถูกตรวจสอบได้จับจ้องการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด โดยการตรวจครั้งที่ 2 ยืนยันชัดเจนว่า ฟาร์มไก่นางสาวปารีณา บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จำนวน 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา โดยตามกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติหากบุกรุกเกิน 25 ไร่ขึ้นไป จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 15 ปี ปรับไม่เกิน 150,000 บาท ส่วนความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ปี 2484 ฐานแผ้วถาง เผาป่าเพื่อยึดครองฯ โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ที่ปรึษาชุดพยัคฆ์ไพร หนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบฟาร์มไก่เปิดเผยว่า กรณีนี้เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างระมัดระวังมาก เพราะขนาดเจ้าหน้าที่ยังไม่ทันเข้าแจ้งความ ฝ่ายผู้ถูกตรวจสอบ คือนางสาวปารีณา ส่งทีมงานเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อนแล้วในฐานบุกรุก
หลังการชี้แจงการตรวจรังวัดพื้นที่ทั้งหมดที่รุกเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ คณะทำงานกรมป่าไม้นำโดยนายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ นายพัฒนะ ศิริมัย ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ราชบุรี พร้อมพนักงานนิติกรป่าไม้ ไปแจ้งความร้องทุกกับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเด็นที่นายทวีพยายามคัดค้านเรื่องความละเอียดของแผนที่มาตราส่วน 1ต่อ 400,000 นายธวัชชัย เปิดเผยว่า คณะทำงานได้จัดทำแผนที่แบบขยายมาตราส่วน 1ต่อ4,000 ขึ้นมาอีกหนึ่งหลักฐานประกอบการร้องทุกข์ โดยมาตราส่วนนี้เป็นขนาดที่ขยายใหญ่สุดเท่าที่มีใช้ในราชการ เพื่อแสดงต่อพนักงานสอบสวนว่า ฟาร์มไก่นางสาวปารีณา รุกล้ำป่าสงวนแห่งชาติจริง
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำเรื่องการแก้ไขปัญหาการรุกที่ป่า และพื้นที่ทับซ้อน ขึ้นพูดบนเวทีเปิดตัวเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนประเทศไทย โดยยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการรุกพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งป่าไม้ต้องไม่ถูกทำลาย ส่วนพื้นที่ไหนที่มีปัญหาก็ต้องแก้กันไป โดยไม่ให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมแนะนำว่าพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน ควรต้องใช้แผนที่ 1 ต่อ 4,000 มาตัดสิน เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้ามาอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน
พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และได้ออก พ.ร.บ.ป่าชุมชน คือความพยายามที่ทำให้ทุกคนกลับเข้าสู่กฎหมายให้ถูกต้อง และสามารถควบคุมได้ทั้งหมด