ผู้เสียหายคนล่าสุด คือ นายวิทวัส เธียรเศวตตระกูล อายุ 32 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเสม็ดว่าถูกสาวหลอกใช้ชื่อให้ออกรถยนต์แล้วไม่ยอมส่งค่างวดจนไฟแนนท์มาทวงค่างวดรถ
ผู้เสียหายเล่าว่า รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง อายุ 22 ปี จากโปรแกรมแชทหาคู่ จากนั้นฝ่ายหญิงอ้างว่าต้องการรถกระบะไว้ใช้งาน แต่ไม่สามารถซื้อได้ เพราะติดแบล็กลิสต์ จึงขอให้ นายวิทวัส ช่วยออกรถให้ก่อน โดยทางฝ่ายหญิงจะวางเงินดาวน์และผ่อนเอง
ครั้งแรกได้ติดต่อจองรถกับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ไม่ผ่าน จึงไปติดต่อกับอีกบริษัทหนึ่ง จนได้รับการอนุมัติแล้ว หลังจากนั้นบริษัทแรกก็อนุมัติให้อีก ซึ่ง นายวิทวัส บอกว่าให้ฝ่ายหญิงซื้อรถแค่คันเดียวก็พอ แต่ทางฝ่ายหญิงซื้อรถทั้ง 2 คัน โดยอ้างว่าที่บ้านต้องการใช้รถอีกหลายคัน
หลังจากนั้น ทางฝ่ายหญิง ให้คนนำเงินสดมาวางดาวน์และนำรถกระบะทั้ง 2 คันไป เมื่อถึงเวลาจ่ายค่างวดรถทั้งสองคัน กลับไม่ยอมผ่อนชำระ ทำให้ไฟแนนซ์มาทวงถามหลายงวดแล้วจนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเป็นชื่อนายวิทวัสในการซื้อขาย ทำให้ต้องเป็นหนี้สินรถกระบะ 2 คัน รวมกว่า 2 ล้านบาท
เมื่อสอบถามไปทางฝ่ายหญิงก็นัดว่า จะนำรถทั้งสองคันมาคืนให้ แต่สุดท้ายก็ไม่มาตามนัด แถมยังบ่ายเบี่ยงอ้างติดงาน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี
การตรวจสอบของตำรวจ พบว่าที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหลายคนเข้าแจ้งความว่าถูก หญิงสาวคนเดียวกันนี้ หลอกให้ซื้อรถยนต์ให้ เบื้องต้นจะเรียกผู้เสียหายทั้งหมดมาสอบสวนอีกครั้ง ในส่วนของหญิงสาวที่ถูกกล่าวหา ทางตำรวจจะเชิญตัวเข้ามาพบเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวสอบถามโชว์รูมฟอร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่หญิงสาวคนดังกล่าวซื้อไป เบื้องต้นทางพนักงานแจ้งว่า ลูกค้ามีเอกสารหลักฐานผู้ซื้อ-ผู้ค้ำ และเงินเดินในบัญชีย้อนหลังถูกต้องตามหลักเกณฑ์ จึงอนุมัติซื้อขายรถให้กับลูกค้า และในวันที่มารับรถทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา ก็มีท่าทางสนิทสนมหยอกล้อกันเหมือนเป็นคู่รัก