เมื่อวันที่ (19 ธ.ค.62) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการคดีอาญาธนบุรี ให้ข้อมูลว่า นายสมคิด พุ่มพวง หรือ คิด เดอะริปเปอร์ ขณะอยู่ในเรือนจำ มีโอกาสเรียนหนังสือด้านกฏหมายด้วย จึงมีความรู้ด้านกฏหมาย และแนวทางการต่อสู้คดี เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังนายสมคิดถูกจับกุม เขาให้การว่าก่อเหตุเพราะบัณดาลโทสะ เพื่อหวังให้อัตราโทษน้อยลง ขณะที่การนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพวันนี้ นายสมคิดยังขอใช้สิทธิ์ในการไม่ไปทำแผนที่บ้านจุดเกิดเหตุ ซึ่งเรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นแนวทางการต่อสู้คดี ประเด็นนี้อธิบดีอัยการคดีอาญาธนบุรี มั่นใจว่าแม้นายสมคิดจะรู้กฏหมาย แต่การก่อเหตุมีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด ไม่มีทางที่จะเก่งกว่าตำรวจได้
โดยอธิบดีอัยการคดีอาญาธนบุรี ยังมั่นใจว่า ครั้งนี้ศาลอาจมีคำสั่งลงโทษสถานหนัก ทั้งโทษประหารชีวิต หรืออาจติดคุกตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสออกมาก่อเหตุได้อีก ส่วนข้อกังวลว่านายสมคิดอาจได้รับการลดหย่อนโทษ อาจไม่เกิดขึ้นกับนายสมคิดอีก เพราะศาลจะพิจารณาจากคำบรรยายฟ้อง เชื่อว่าพนักงานอัยการจะเขียนอย่างละเอียด เช่น แม้นายสมคิดอาจรับสารภาพ แต่ขณะให้การนายสมคิดยังคงยิ้ม ไม่หลาบจำ และรับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน และบรรยายเพิ่มว่านายสมคิดเคยก่อเหตุมาแล้ว 5 ครั้ง ได้รับการลงโทษจนพ้นโทษ แต่กลับมาก่อเหตุอีก ซึ่งเชื่อว่าศาลจะพิจารณาอย่างเหมาะสม
ตร.เชื่อ"สมคิด"ฆาตกรต่อเนื่องเสพติดความรุนแรง
นายปรเมศวร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระบวนการดำเนินคดีกับนายสมคิดถูกต้องสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่กระบวนรวบรวมพยานหลักฐาน การสืบสวนสอบสวน กระบวนการในชั้นศาล รวมถึงกระบวนการสุดท้ายคือราชทัณฑ์ ทุกฝ่ายดำเนินการตามระเบียบและกฏเกณฑ์ที่มีอยู่ แต่ปัญหาอยู่ที่ระบบ ดังนั้นกรณีของนายสมคิดถือเป็นกรณีศึกษา ที่อาจทำให้พิจารณาในการคัดแยกผู้ต้องขัง ที่อาจพิจารณาจากอัตราโทษอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูพฤติการณ์การก่อเหตุ และสภาพจิตใจ ของผู้ต้องขังด้วยว่า เข้าเกณฑ์พิจารณาลดหย่อนโทษหรือไม่ หรือบางคนเข้าเกณฑ์ลดโทษ แต่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจกลับมาก่อเหตุอีกหากพ้นโทษ ก็อาจไม่พิจารณาลดโทษให้ ไม่เฉพาะแค่นักโทษคดีฆ่าต่อเนื่อง แต่หมายถึงทุกคดี