พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร เปิดเผยว่า จะไปติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดป่วนเมืองในพื้นที่ พื้นที่ จ.ยะลา และรับฟังปัญหาและกำชับแผนปฏิงานของเจ้าหน้าที่ให้มีความเข้มข้นมากขึ้นในการประสานงานระหว่างทหารกับตำรวจ ซึ่งแม้จะมีมาตราการที่เข้มข้นแต่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังอาศัยช่องว่างในการก่อเหตุ
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการแก้ปัญหาในพื้นที่ต้องใช้เวลาเนื่องจากมีปัจจัยแทรกซ้อน ทั้งเรื่องยาเสพติด อาชญากรรม การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาการเมือง แต่ยังไม่ชี้ว่าการเมืองท้องถิ่นหรือระดับชาติ แต่การเมืองกลุ่มนี้ให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล สำหรับการก่อเหตุใน จ.ยะลา อย่างต่อเนื่องเป็นเพราะไม่ได้มีเหตุเกิดขึ้นในเขตเมือง จ.ยะลา มานาน ทำให้เกิดช่องว่างบางประการ
ส่วนปัญหาชาวโรฮิงญากำลังหารือกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อจัดหาพื้นที่ให้ชาวโรฮิงญาระหว่างรอการช่วยเหลือแต่ไม่ใช่ลักษณะศูนย์พักพิง และเชื่อว่าต่างประเทศจะเห็นความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาของไทยที่ทำอย่างดีที่สุดแล้ว โดยที่ผ่านมามีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันพรุ่งนี้ (18 พ.ค. 58) พล.อ.ประวิต วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไป จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ปัญหาโรฮิงญา
อย่างไรก็ตาม ในการจัดประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย วันที่ 29 พ.ค.นี้ ที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ได้เชิญประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 15 ประเทศและประเทศผู้สังเกตุการณ์เข้าร่วม ซึ่งมีรายงานว่าเมียนมาร์อาจไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการประชุมฯ เพราะไม่สามารถรับได้ที่ทางการไทยเชิญให้เข้าร่วมการประชุมเพียงเพราะต้องการบรรเทาแรงกดดันที่กำลังเผชิญอยู่