ตำรวจภูธรบางกล่ำ ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จังหวัดสงขลา ชุดสืบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวนภาค 9 จับกุม นายยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือเป้ ผู้ต้องหาคนสำคัญคนสุดท้ายในคดีเผาป้ามาลัย และมีศักดิ์เป็นน้องสามีของป้ามาลัยด้วย ขณะหนีไปกบดานที่ห้องพักสมพรรีสอร์ท หมายเลขบี7 ในพื้นที่ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ก่อนนำตัวมาสอบสวน เบื้องต้นนายยงยุทธ ให้การภาคเสธ อ้างว่าเพียงแต่ราดน้ำมันและจุดไฟแช็คขู่ไม่ได้ตั้งใจเผา แต่ป้ามาลัยใช้มือปัดทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น
หลังสอบสวน ตำรวจได้คุมตัว นายยงยุทธ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกเป็นบ้านลูกสาวของป้ามาลัยในพื้นที่บ้านเสือผ่าน หมู่15 ตำบลท่าช้าง ที่ไปรับตัวป้ามาลัยออกมา จุดที่สองบนสะพานข้ามคลองรอหนึ่ง หมู่13 ต.ท่าช้าง ซึ่งนำป้ามาลัยมาสอบถามเรื่องยาไอซ์และทำร้ายทุบตี จุดที่สามภายในกระท่อมเกิดเหตุที่นายยงยุทธ เป็นคนจุดน้ำมันราดไฟเผาป้ามาลัย
ตลอดการทำแผนมีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะที่กระท่อมเกิดเหตุซึ่งมีญาติและชาวบ้านมารอดูการทำแผนจำนวนมาก
ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และกระทำการหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
คดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุครบ 5 คน แล้วหลังจากที่จับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ 4 คน นายแบงค์ เยาวชนอายุ 17 ปี น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือแก้ว นายส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ หรือแหละ อายุ 41 ปี หรือแหล๊ะ นาง จันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปี หรือแอด
ส่วนอาการของป้ามาลัยขณะนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อรอให้แผลที่โดนจุดไฟเผาหายดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมที่จะให้การช่วยเหลือทั้งที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูสภาพชีวิตให้ดีขึ้น