สำนักข่าว BBC รายงานข่าวเหตุสะเทือนขวัญในแวดวงทางการแพทย์ของจีนเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา กรณีลูกชายของคนไข้รายหนึ่ง ใช้อาวุธมีดปาดคอแพทย์หญิงประจำห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลการบินพลเรือนปักกิ่งจนเสียชีวิต
โดยสื่อของจีน รายงานว่า ลูกชายได้ก่อเหตุดังกล่าว เนื่องจากไม่พอใจการรักษาของแพทย์ และเห็นว่าแพทย์ ไม่สามารถให้การรักษามารดาวัย 95 ปี ได้ดีพอ โดยทางโรงพยาบาลได้เผยแพร่ข้อมูลในเวลาต่อมา ว่า อาการของผู้ป่วยวัย 95 ปี พบการติดเชื้อในกระแสเลือด หัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยอายุมากขนาดนั้น ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นเป็นปกติ แต่ญาติคนไข้กลับไม่พอใจ และขู่ทำร้ายทั้งหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์อยู่บ่อยครั้ง
ทางด้านจ้าวหนิง (Zhao Ning) เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติจีน กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุดังกล่าวอย่างมาก และเห็นด้วยหากจะมีการออกกฎหมายเพื่อป้องกันความรุนแรงในสถานพยาบาล
ไม่นานนักก็มีการผลักดันกฎหมายคุ้มครองความปลอดภัยบุคลากรทางการแพทย์ โดยเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2562 สภาผู้แทนประชาชนจีน มีมติผ่านหลักการของร่างกฎหมายฉบับใหม่ ชื่อ “ร่างกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการแพทย์และการรักษาขั้นพื้นฐาน” แม้จะไม่ใช่กฎหมายโดยตรงเกี่ยวกับความรุนแรง แต่สื่อจีนรายงานว่า กฎหมายนี้จะเป็นการคุ้มครองบุคลากรทางการแพทญ์ ไม่ให้ทั้งองค์กร และบุคคล ถูกทำร้ายทั้งร่างกาย และศักดิ์ศรีของความเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งหากใครฝ่าฝืนก็จะมีโทษทางจำคุกและปรับ คาดว่าร่างกฎหมายนี้จะมีผลยังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2563 เป็นต้น
(ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก BBC)
ด้านเพจ Drama-addict โพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่า จากข่าวหมอจีนถูกฆ่า มีสาวไทยที่ทำงานที่ รพ นั้น ส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า ประเด็นคือผู้ป่วยอายุ 95 และมีเงินช่วยเหลือหลังเกษียณประมาณสามแสนบาทต่อเดือน ลูกหลานเลยต้องการให้หมอทำไงก็ได้ให้คนไข้ยังมีชีวิตต่อไป ต่อให้เป็นผักก็ช่าง ส่วนอาจารย์แพทย์ที่เสียชีวิตเป็นหมอที่ดีมากๆ คืนวันปีใหม่ปีก่อนๆ ตัวเองมีไข้สูง39.7 องศา + ปอดอักเสบ ก็ยังอยู่เวรกลางคืน เพื่อให้หมอคนอื่นได้ไปฉลอง ส่วนในภาพข้างล่างเป็นภาพบุคลากรมาร่วมกันไว้อาลัยคุณหมอคนนั้น แต่ที่เลวร้ายคือ เริ่มมีคนไข้ที่ รพ อื่นๆ เอาเหตุการณ์นี้มาขู่หมอพยาบาลให้ยอมทำตามที่ตัวเองเรียกร้อง โดยขู่ว่า ไม่งั้นจะทำให้เหมือนกับเหตุที่เกิดที่ รพ. นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในจีน แต่หลายประเทศก็มีเคสคล้ายๆกัน ไม่ถูกฆ่าจนเสียชีวิต ก็ถูกทำร้ายร่างกาย อย่างประเทศไทยก็มีการทำร้ายร่างกายในห้องฉุกเฉิน ทั้งตัวคนไข้ทำร้ายกันเอง จนบุคลากรทางการแพทย์ถูกลูกหลง หรือบุคลากรทางการแพทย์ถูกทำร้ายโดยตรง ซึ่งประเทศไทยก็มีการผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์อยู่เช่นกัน